Travel ต่างประเทศ

Singapore ไม่แพงอย่างที่คิด 2500 ก็เที่ยวได้

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
cover10-15

จั่วหัวแบบนี้ หลายคน อาจจะไม่เชื่อ แต่จริงๆแล้ว ทำได้จริงๆครับ

มีเงิน 2500 บาท แล้วหาตั๋วเครื่องบิน ไปเดินเล่น ถ่ายรูป สวยๆ ที่ สิงค์โปร ได้ สบายๆ เลยครับ

ทริปนี้ เกิดจาก ที่ ผมได้รับ โจทย์มาว่า อยากให้ไปเที่ยวสิงค์โปร แต่ขอราคาแบบประหยัด จะได้มั๊ย ?

ผมก็เลย รับปากว่าจะลองดูแล้วกัน ก็เลยออกมาเป้นทริปนี้ 3วัน2คืน ไม่เกิน 2500 ไม่รวมตั๋ว

แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะครับ ว่า 2500 บาทนี่ไม่รวม ค่าเข้า ยูนิเวอร์แซล สถานที่สุดฮิต ของคนไปเที่ยวสิงคโปรนะครับ
Vol10-15
ดังนั้น ทริปนี้ จะมีอะไรบ้าง มาลองดูกัน ครับ กับ Tummeng Travel in Singapore

page

หากพูดถึงประเทศสิงค์โปร กับผม นั้น ครั้งล่าสุดที่ เคยไป ต้องย้อน ไป ประมาณ 7 ปี ที่แล้ว เลยครับ

จริงๆแล้ว ผมเคย จองตั๋ว โปรราคาถูก ไปสิงค์โปร ถึง 2 ครั้ง ในรอบ 3 ปี มานี่ แต่ ไม่ได้ไป ต้องทิ้งตั๋ว ทั้ง 2 ครั้ง

ดังนั้น การไปสิงคโปรในครั้งนี้ ของผม จึง เหมือนคน ไม่ไปเคยไปสิงค์โปร เลยทีเดียว เพราะสิงค์โปร นั้นเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ

ด้วยโจทย์ ที่ได้ ว่า อยากให้ไปเที่ยวสิงค์โปร เก็บภาพสวยๆ มาในราคาประหยัด ผมจึงได้ทำการจองตั๋วเดินทางจากทาง Traveloka ผ่านลิ้งค์นี้  https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Singapore.SIN/1

ก็เลยได้บินกับสายการบิน NokScoot ที่เปิดเส้นทางการบิน  ดอนเมือง – ชางกี แ ดังนั้น จึงตัดปัญหา เรื่องตั่วเดินทาง ออกจากค่าใช้จ่ายทริปนี้ซะ

_MG_6839

time_table_nokscoot (1)

 

 

 

การเที่ยวสิงคโปร์ นั่น ค่าใช้จ่ายที่แพงๆ ก็คือ ห้องพัก แต่มาครั้งนี้ ผมเลือกจอง แบบ โฮสเทล นอนรวมกับคนอื่นๆ ครับ

สรุปผมได้ ที่พักในราคา ประมาณ 500 บาทต่อคน หรือประมาณ 25 เหรียญ ครับ

จบปัญหาเรื่องที่พักไปแล้ว ก็ไปต่อกันเลยครับ

_MG_6407

ทีนี้ พอถึงวันเดินทางจริงๆ วันนั้นเป็นวันที่ รถติด แถวใน ตม ก็คนเยอะ ปรากฏ ว่าเพื่อนผม ตกเครื่องไปสองคนครับ

หลังจากขึ้นเครื่อง ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็มายืน ต่อแถว ซื้อ บัตรโดยสาร MRT ของ สิงค์โปรครับ

ในทริปนี้ ผมจะเน้นการเดินทางด้วย MRT และ เดินเท้าเป้นหลักนะครับ

ซื้อบัตรแบบท่องเที่ยว ราคา 12 เหรียญ มีจุดให้ซื้อในสนามบิน ชางกี เลยครับ

_MG_6408

หลังจากได้ บัตรโดยสาร MRT แล้ว ก็เดินทางไปยังที่พักก่อนเลยครับ เพราะ ไม่เคยพัก hostel มาก่อน

ก็นั่ง MRT จาก ชางกี มาลงที่สถานี Paya Lebar ครับ เพราะดูจากแผนที่ ที่พักผม อยู่แถวๆ ย่าน Gaylang

_MG_6409

ที่สถานีนี้ จะมี ห้าง Shoppingmall ด้วยนะครับ แต่ผมไม่ได้เดินเข้าไป ข้างใน  ผมเลือกที่ จะทานมื้อกลางวันมื้อแรก

เป้นร้าน คล้ายๆ กับ ข้าวแกงบ้านเรา ครับ จานนี้ ราคา 4.5 เหรียญ+ น้ำ 1.5 เหรียญ เป็น 6 เหรียญ

_MG_6413

หลังจาก ทานข้าวเสร้จแล้ว ก็ แบกเป้ เดินถามทางจาก คนแถวนั้น ว่า ที่พักที่ผมจองไว้อยู่แถวนั้น ก็ได้รับคำตอบว่า ต้องเดิน ข้ามไปอีก สองแยก

ก็พากัน แบกเป้เดิน ตากแดด ที่ แสนร้อนระอุ ไป ครับ

_MG_6418

เดินมาประมาณ 500 เมตร วนหา อยู่ประมาณ เกือบ ชั่วโมง ก็มาเจอ ที่พักจนได้ครับ

_MG_6422

ลักษณะ ที่พักเป็น คอนโด ขนาดใหญ่ ข้างใน มีห้องนอนขนาดเล็ก ที่มีห้องน้ำในตัว อีกสามห้อง ซึ่งเจ้าของ คือ ป้าเฮเลน อาศัย อยู่ 1 ห้อง และเอามาแบ่งให้เช่าเป้น Hostel ซะ 2 ห้อง และยังมี ส่วน ห้องนั่งเล่น ไว้แชร์กัน พร้อมกับ ห้องครัว ที่สามารถ เดินไปหยิบน้ำเย้น น้ำร้อน ได้ ฟรี หรือ ใคร อยากจะทำอาหาร ป้าแกก็ยินดี ครับ เพราะ วันแรกที่ไปผม เจอห้องข้างๆเป้น แขกอินเดียมาพักแบบครอบครัว กำลังทำอาหาร แขก ส่งกลิ่นคลุ้งเลยทีเดียว ส่วนคืนที่สองที่ผมพัก ก็ เจอ หนุ่มสาวฝรั่ง จาก เนเธอร์แลนด์ กำลังทำ สปาเก็ตตี้ ส่งกลิ่นเย้ายวน ตอนหิวมากๆ

หลังจาก แนะนำตัวกันเสร็จ แล้ว ปร้าเฮเลน ก็ เอากุญแจห้องนอน กุญแจเข้าห้องคอนโด และ คีย์การ์ด สำหรับ เข้าออกจากตึกคอนโดให้ และ อธิบายการใช้ห้องพัก และพื้นที่ส่วนรวมให้ฟัง บอกรหัส Wifi เรียบร้อย ผมและเพื่อนก็ เข้าห้อง อาบน้ำ ล้างเหงื่อ ที่ท่วมตัว จากการเดินหาที่พัก
สภาพห้องพักก็ไม่ได้ต่างจาก รูปที่เห้นใน เว็ป มากนัก

FZN_6600_ACR FZN_6602_ACR

หลังจาก อาบน้ำแล้ว จุดหมายแรกที่พวกผมไปคือ บริเวณไชน่าทาว ครับ ใช้บริการ MRT เช่นเดิม

ย่านนี้ จะมีผู้คนพลุกพล่าน เดินหาของกินกันเยอะแยะเต็มไปหมด

FZN_6492_ACR FZN_6498_ACR FZN_6501_ACR

ผมและเพื่อนก็เดิน กันไปถ่ายรูปกันไป เรื่อยๆ ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว โดยผมพก ขวดน้ำ ที่เติมน้ำเย็น มาจาก ที่พัก มาด้วยครับ
ต้องบอกว่าจำเป้นมาก ครับ  เพราะ น้ำดื่ม ที่ สิงคโปร ค่อนข้างแพง

FZN_6488_ACR

เสร็จ จากย่าน ไชน่าทาว ก็ ไปเดินเล่น ที่ ย่าน คล๊ากคีย์ ต่อครับ

Clarke Quay ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำสิงคโปร์ มีประวัติยาวนานมาร่วม 150 ปี ในฐานะที่เป็นท่าเทียบเรือเก่าแก่ที่ใช้ขนถ่ายสินค้าจากสำเภาโบราณที่แล่นมาจากทั้งตะวันออกและตะวันตก สองฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยโกดังสินค้า กะลาสีเรือ กุลีขนของ และพ่อค้าจากทุกสารทิศไม่ว่าจะอาหรับ ฝรั่ง แขกชวา จีน  ทุกวันนี้ “คลาร์กคีย์” ก็ยังเต็มไปด้วยสีสันของความหลากหลายทั้งผู้คนที่ผลัดเปลี่ยนกันมาเยือน โกดังสินค้าถูกปรับเป็นร้านอาหารหรูหรา ผับ บาร์ และแหล่งบันเทิงที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน

FZN_6548_ACR

เรือแจวที่เคยใช้ขนถ่ายสินค้าถูกปรับมาเป็นเรือนำเที่ยวพาล่องแม่น้ำสิงคโปร์ไปยังท่าต่างๆ ดูสีสันความเจริญสองฝั่งแม่น้ำไปจนถึงปากอ่าวมารีน่า ใครจะมาขึ้นเรือที่นี่เพื่อเดินทางไปมารีน่าเบย์แซนด์ส ก็จะได้บรรยากาศน่าประทับใจไปอีกแบบ

ย่านคลาร์กคีย์ถูกปรับภูมิทัศน์ครั้งใหญ่เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว มีการสร้างโดมหลังคาโครงสร้างเหล็กอันใหญ่ขึ้นมาครอบคลุมเกือบทั้งย่าน ดูสวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืนเมื่อร้านต่างๆ พากันเปิดไฟ จะได้ภาพที่มีแสงสีของไฟสวยงามมากตลอดสองข้างทาง

วิธีการเดินทางมา Clarke Quay : สถานี Clarke Quay MRT (North East Line สายสีม่วง)

FZN_6551_ACR

ออกจากคล๊ากคลี ก็ ไปต่อกันยัง จุดถ่ายภาพ ที่เป้น สัญลักษณ์ ของ สิงค์โปร กันครับ

วิธีเดินทางไป Merlion Park ด้วย MRT เพื่อดู Merlion

นั่งรถไฟ mrt สายสีแดง หรือ สีเขียว มาลงที่ สถานี Raffles Place แล้วเดินตามป้ายมายัง One Fullerton วิธีเดินมีสองทาง

เดินมายังโรงแรม Fullerton แล้วลงมาที่ทางเชื่อมใต้ดินเพื่อข้ามมายังฝั่ง One Fullerton ที่เป็นโซนร้านอาหาร ร้านกาแฟริมอ่าว อันเป็นส่วนหนึ่งของ Merlion Park
เดินข้างๆ โรงแรม Fullerton มายังถนน Fullerton ผ่านหน้าโรงแรมไปยังถนนใต้สะพานเพื่อเดินลอดเชื่อมไปยัง Merlion ได้เลย ใครจะข้ามสีแยกไฟแดงด้านบนก็ไม่ว่ากัน

FZN_6615_ACR

ผมเลือกวิธีเดินเลียบแม่น้ำสิงคโปร เพื่อไปยัง เมอร์ไลอ้อน ครับ ระหว่างทาง ก้จะเจอผู้คน ขอให้ช่วย ถ่ายภาพให้เป็นระยะๆ

_MG_6429

โดยเฉพาะคู่นี้ แบบว่ารอให้ผมถ่ายภาพจนพอใจ แล้วถึงจะมาสะกิด บอกว่า ถ่ายรูปคู่ให้หน่อย เอา มุมแบบนี้ๆ นะ วางคอมโพสให้เสร้จสรรพ

FZN_6625_ACR

หลังจากถ่ายให้แล้ว ผมก็บอกว่า ขออีกช็อตนึง เอาคอมโพสแบบที่ ไอต้องการนะ ก้เลยจัดให้ไป 1 ภาพ

FZN_6626_ACR

เดินเลาะแม่น้ำมาเรื่อย แล้ว ลอดใต้สะพานมา ก็จะเจอ เมอร์ไลอ้อน ที่ต้องการ

_MG_6434

ผมไปสิงคืโปร ในช่วงที่มีการแข่งขันซีเกมส์ครับ และยังเป้นวันเสารือีกด้วย คนเยอะมากๆ

_MG_6435

ก็เลยบอกเพื่อนว่า ตรงเมอร์ไลอ้อน นี่ เรามาเก็บภาพตอนเช้ามืดดีกว่า เพราะคนเยอะเกินไป

จึงตกลงกัน เดินข้ามไปยังฝั่งดึกทุเรียน หรือ ตึก เอสพลานาส เพื่อไป ยัง สะพาน Helix เพื่อเก็บภาพ มารีน่า เบย์แซนด์ ตอนแสงเย็น ครับ

_MG_6438

เดินข้ามไป ก็จะเห็น marina bay sand ในมุมนี้ครับ

_MG_6445

และฝั่งนี้ ก้จะเป็นฝั่ง สวนสาธารณะ จะมี ผู้คน มานั่งกินลมชมวิวกันเยอะเลยครับ

_MG_6463 _MG_6471

เดินผ่านมาเรื่อยก้จะเห็น สะพาน Helix กับ Singapore flyer

_MG_6475

เดินขึ้นมายัง สะพาน Helix เพื่อ เช็คมุมที่ต้องการ จิบน้ำรอ แสงไปเรื่อย

_MG_6479

กำลังเช็คมุมอยู่ดีๆ ก็มี สาวๆ เดินมาเข้าเฟรมซะงั้น

_MG_6498

หลังจากเช้คมุมไว้ สองสามจุด ก้ยังไม่มืด เลยมีเวลา นั่งคุย กับเด็กแขก กลุ่มนี้ ที่มากลับผู้ปกครอง เลยขอถ่ายภาพมาซะหน่อย

_MG_6483

สักพัก พระอาทิตย์ ก็เริ่มลับขอบฟ้า สิงค์โปร แสงสีส้มเริ่มเข้ามาแทนที่ สีฟ้า ก็ถึงเวลา ลั่นชัตเตอร์กันแล้ว

_MG_6489

เมื่อแสงทไวไลท์ มาเยือน ก็เป้นช่วงที่ เสียงลั่นชัตเตอร์ ดังรัว มาจาก กล้อง หลายๆกล้อง ใน บริเวณนั้นครับ มุมใครมุมมัน ตามจินตนาการของคุณเอง

_MG_6516 _MG_6520 _MG_6524 _MG_6525

บนสะพาน Helix นี่ ผมมองจุดถ่ายภาพไว้ 3 จุด ตามภาพที่ได้ มานี้ครับ

แล้วแต่ ระยะเลนส์ ของแต่ละคนที่ขนไปครับ เลือกเอาเลย คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เพราะ ส่วนใหญ่ ไปกอง อยู่ที่ เมอรืไลอ้อน

_MG_6528 _MG_6532 _MG_6533 _MG_6537

 

testหลังจากหมดแสงทไวไลต์แล้ว ผมกับเพื่อน ก็ เดินย้อนกลับมายัง ฝั่งตรงข้าม กับ มารีน่า เบย์แซนด์ ครับ เพื่อ จะมาเก็บภาพ แสงเลเซอร์ ที่จัดแสดงขึ้น ในช่วง กลางคืน ทุกคืน

_MG_6548 _MG_6551

การแสดง แสงสี และน้ำพุ เริ่มดึกไปหน่อย แต่หลายคนก้ยัง เฝ้าคอยชมการแสดง นี้ครับ

_MG_6553 _MG_6564 _MG_6572

หลังการแสดงจบ ผมก็เดินย้อน มาทางเมอร์ไลอ้อน เลยเก็บภาพตึกทุเรียน ยามกลางคืนมานิดหน่อย

หลังจากนั้น เมื่อ มองเวลาแล้ว เกือบสามทุ่ม เกรงว่า กว่าจะกลับถึงที่พัก แล้ว แถวนั้นไม่มีอะไร ให้ทาน เลยเลือกที่จะทาน ผมขอเรียกว่า บะหมี่ ดีกว่านะครับ ลักษณะ คล้ายๆ ข้าวซอยไก่บ้านเรา มีขายอยู่ไกล้ เมอรืไลอ้อนนั่นเลยครับ ราคา ชามละ 6 เหรียญ กินไป น้ำตาร่วงไป เสียดายไม่ได้ ถ่ายภาพมา

_MG_6584

ก่อนกลับ ที่พักก็เดินมา เที่ยว ย่าน คล๊ากคีย์ อีกครั้ง เพื่อชม แสงสี ยามค่ำคืน ของที่นี่ ครับ เพราะ เป้นย่าน ที่มี ผับ บาร์ เปิด เยอะมาก

กว่าจะถึง ที่พัก ปาเข้าไปเกือบ เที่ยงคืน ครับ อาบน้ำนอน ก่อนจะตื่น มา ตีสี่ เพื่อ มาเก็บภาพ แสงเช้าอีกครั้ง

FZN_6575_ACR FZN_6578_ACR

 

ตื่นเช้ามา ผมกับเพื่อน เรียกแท็กซี่ ให้ไปส่ง ยัง  merlion park ราคา 16 เหรีนญ ครับ สองคน เท่ากับคนละ 8 เหรียญ

เพื่อมา เฝ้ารอ สิงโตพ่นน้ำ ตอนตี 5  ครับ ซึ่งผมจำผิด

เมื่อมาถึงก่อน ก็เลย เก็บภาพบรรยากาศ รอ

_MG_6595 _MG_6602

เมื่อถึงเวลา สิงโต ก้พ่นน้ำ ตรงเวลาครับ 6 โมงเช้า ซึ่งก็ยัง มืดอยู่เลยนะครับ มันคือ ตี5 บ้านเรา เพราะ สิงคืโปร ตั้ง เวลาให้เร็ว กว่าบ้านเราไป 1 ชั่วโมง

_MG_6621 _MG_6622 _MG_6629

เมื่อเวลาผ่านไป พระอาทิตย์ ก็สาดแสง ยามเช้า พ้นขอบฟ้าขึ้นมาครับ ก็หันไปเก็บพระอาทิตยืขึ้น ตรงทิศ นี้ จะมองเห็น Singapore flyer เป็นฉากที่สวยงามไม่น้อยทีเดียว บางทีการที่เรา เลือกจะตื่นให้เช้ากว่าคนอื่น ก้สามารถทำให้เราเจออะไรดีๆ ได้นะครับ

_MG_6625 _MG_6644 _MG_6667 _MG_6673

หลังจากนั้น ก็กลับมา นอนต่อ ก่อนจะตื่น ขึ้นมา ทานมื้อเที่ยง ไกล้ๆ กับที่พักย่านเกลัง ซึ่ง ก็จะมีร้าน ขายอาหาร อยู่ สามสี่ร้านไกล้ๆกัน ผมเลือกที่จะทาน ข้าวราดแกง อีกครั้ง ในราคา จานละ 4 เหรียญ บวกกับ ซื้อน้ำ จาก 7-11 มากินในราคา 2 เหรียญ

_MG_6695 _MG_6696 _MG_6697

หลังจากทานข้าวเสร็จ แล้ว ผมก็จะไป ยัง จุดหมายแรกของบ่ายนี้ คือ Haji Lane เป็นแหล่งเที่ยว แบบ Hip Hip ของสิงค์โปร ที่ผมอ่านผ่านๆ มาเจอครับ  ก่อนไป ก็เติมเงินเข้าบัตร MRT ไปอีก 10 เหรียญ สามารถเติมได้ ที่ เครื่อง เติมเงิน อัตโนมัติ เลยครับ

_MG_6699

 

Haji lane ต้องเดินทางด้วย  MRT สายสีเขียวมาลงสถานี Bugis
หรือ Nicoll Highway สายสีเหลืองก็ได้เช่นกัน

หลังจากนั้น ก็ดูแผนที่ ไปยัง Haji Lane ซึ่งเป็น ซอยเล็ก ไกล้ๆกัน จะมี ซอยชื่อ Bali Lane

_MG_6701

Haji Lane จะขึ้นชื่อ เรื่อง ร้านรวง แหล่งช๊อปปิ้ง สินค้า น่ารักๆ หรือ สินค้า ที่ ออกแนว ติสต์ๆ หน่อย ประกอบกับ การตกแต่ง บริเวณดังกล่าว ด้วย ลวดลายเพ้นท์ฝนังตึกให้มีสีสรรค์ ด้วย รูป การตูนร์ แนวๆ

_MG_6710 _MG_6711 _MG_6716 _MG_6720

ที่นี่ น่าจะใช้ เวลาในการเดินตั้งแต่ หัวซอย ยันท้ายซอย ประมาณ 1-2 ชั่วโมงแล้วแต่ สกิลในการช๊อปปิ้ง ของแต่ละคน

สำหรับ ผม ก็เดินถ่ายภาพไป ทักทาย เพื่อนนักท่องเที่ยว คนอื่นไปด้วย บางทีก้อาสาถ่ายรูปให้ เป็นการสร้างสีสรรคืในการเดินทางได้ดีทีเดียว

_MG_6722 _MG_6723 _MG_6731

 

 

ที่นี่ เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบถ่ายรูปมากๆ ครับ เพราะ สีสันจัดจ้านดี

_MG_6733 _MG_6734 _MG_6738

 

เสร็จจาก Haji lane ผมและเพื่อน ตัดสินใจ เดินเท้าต่อไปยัง Little India เผื่อว่าจะเก็บ บรรยากาศ วิถีชีวิต ชาวอินเดีย ที่นี่ครับ

_MG_6741

ระยะ ทางในการเดิน ประมาณ 1.4 กิโล ครับ  ระหว่างเดิน เจอโบสถ์ สวยๆ เลยแวะถ่ายซะหน่อย

_MG_6744 _MG_6746

เดินจนเหงื่อ ท่วมตัว กว่าจะถึง ลิตเติ้ลอินเดีย เพราะ อากาศร้อนมากๆๆๆ

 

คือมันร้อนจนหมดอารมณืถ่ายภาพ  เลยถ่ายมาไม่กี่ใบ ก้ ชวนกัน กลับ ที่พัก เพื่อ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า

_MG_6751 _MG_6758 _MG_6768

หลังจาก อาบน้ำเสร้จ นอนพัก ให้หายร้อน ก็ นั่ง MRT มายัง มารีน่า เบย์ แซนด์ เพื่อ ตามเก็บภาพ ต้นไม้ยักษ์ ที่ สวนสาธารณะสุดไฮเทค “Gardens by the Bay”

“Gardens by the Bay” แห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ท มารีนา เบย์ แซนด์ส ตั้งอยู่ใกล้กับย่านธุรกิจใจกลางสิงคโปร์ สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนและแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดยจุดเด่นของสวนแห่งนี้อยู่ที่ต้นไม้ประดิษฐ์ (Supertrees) ที่มีความสูงตั้งแต่ 25-50 เมตร จำนวน 18 ต้นตั้งอยู่ภายในสวน ซึ่งในเวลากลางวันเจ้าต้นไม้ยักษ์เหล่านี้ก็จะช่วยให้ร่มเงา และเมื่อตกกลางคืน ต้นไม้ยักษ์เหล่านี้ก็จะงดงามไปด้วยแสงไฟหลากสีที่ดึงพลังงานมาจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งไว้รอบต้น รวมถึงมีระบบการกักเก็บน้ำเพื่อให้ความเย็นชุ่มชื้นไปทั่วบริเวณสวนโดยรอบ อีกทั้งริมน้ำข้างต้นไม้ประดิษฐ์เหล่านี้ก็ยังมีเรือนกระจก 2 เรือน ที่รวบรวมไม้นานาพันธุ์จากทั่วโลกมาปลูกไว้ เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้เข้าชมด้วย

_MG_6773 FZN_6946_ACR

มุมที่ตั้งใจไว้ ก่อนมาก้คือ มุมที่ ต้องเดิน เข้าไปด้านในสุด ของ “Gardens by the Bay” แล้วถ่ายย้อนออกมาเห็น ต้นไม้ยักษ์คู่กับตึก มารีน่าเบย์แซนด์  แต่ ปรากฏว่าเมื่อเดินไปถึง จุดที่ต้องการ  มีการก่อสร้าง บางอย่าง ทำให้ บดบัง ทัศนียภาพ บางส่วนไป  เลยรีบเดินออกมา ด้านนอก แล้ว ตั้งใจข้ามสะพาน ไปยังฝั่ง Singapore flyer แล้ว ถ่าย ย้อนกลับมา ยัง “Gardens by the Bay”

 

แต่เดินไม่ทันถึง ก้มืดซะก่อน เลย หยุดถ่ายกันบนสะพาน นั่นเลย ถึงแม้จะเสี่ยงต่อการสั่นไหว เมื่อรถบรรทุกใหญ่ๆ วิ่งผ่านมา  _MG_6804 _MG_6809 _MG_6810 _MG_6811 _MG_6828

 

ข้อดีของการอยู่บนสะพานคือ สามารถ ถ่ายได้ ทั้ง “Gardens by the Bay”  และ Singapore flyer

_MG_6799

ออกจาก “Gardens by the Bay” นั่ง MRT กลับมายังที่พัก เพราะ เมื่อกลางวันเหลือบไปเห็น ว่าร้านข้าวราดแกง แถวที่พักนั้นมี โจ๊กกบ หรือ ข้าวต้มกบ ขาย ซึ่งเป้นอีกหนึ่ง อาหารขึ้นชื่อ ของที่สิงค์โปร  สั่งข้าวราดแกง เหมือนเดิม และ สั่ง โจ๊กกบ มาลองชิมด้วย ในราคา 8 เหรียญ  หากมาหลายคน ก็สั่งชามใหญ่ได้ มี ราคา 11 และ 15 เหรียญ  กินไปกินมา เพิ่งรู้ว่า ร้านที่นั่งกินอยู่นี่ เป้นร้านดัง ในเรื่องข้าวต้มกบ ย่านเกลัง

ส่วนรสชาด ก็ อร่อยดี ไม่คาว  ซอสดำๆ นั่นออกรสหวานนิดๆ หอมเครื่องเทศ กบตัวใหญ่ ขาอุย ดีมาก

_MG_6829 _MG_6834 _MG_6837

หลังจากทานแล้ว ก็ ซื้อ เบียรืกลับไปนั่ง จิบในห้อง เพราะ พรุ่งนี้ ไม่มีโปรแกรมไปไหน แล้ว เพราะ เครื่องออก ประมาณ 13.20 ต้องไปเช็คอิน ก่อน2 ชั่วโมง สรุปคือต้องถึงสนามบิน ชางกี ก่อน 11 โมง เลยเลือกที่ จะนอนตื่นสายหน่อย แล้ว ไปสนามบินเลยโดยไม่แวะที่ไหน ครับ

FZN_6638_ACR

สุดท้าย การได้ กลับมา สิงค์โปร อีกครั้งในรอบ 7 ปี ครั้ง เป็นที่ น่าประทับใจ เป็น อย่างมาก สำหรับ การที่ อยากมาเดินเที่ยว ถ่ายภาพ มุมสวยๆ งามๆ มุมยอดฮิต ของสิงค์โปร  ได้มาเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ ครับ  หากมีเวลา มากกว่านี้ ผมอาจจะไปเยี่ยม อีกหนึ่งสถานที่สุดฮิต ก้คือ ยูนิเวอร์แซล สิงค์โปร ในทริปต่อไปครับ

สรุป ทริปนี้ ผมมีค่าใช้จ่ายดังนี้ ครับ

ตั๋วเครื่องบิน NokScoot                                                                            ฟรี
ค่าที่พัก Hostel     เฉลี่ย คนละ                                                                          25 เหรียญ
ค่าเดินทางโดย MRT ใน Singapore ตลอด 3 วัน                                           27 เหรียญ
ค่าอาหาร มื้อกลางวัน 2 มื้อ   ข้าวราดแกง                                                        10 เหรียญ
ค่าอาหารมื้อเย็น 2 มื้อ บะหมี่ข้าวซอยไก่ +ข้าวราดแกง                                  13 เหรียญ
ค่าโจ๊กกบ 1 ชาม  หาร 2 คน เท่ากับ                                                                  4 เหรียญ
ค่าแท๊กซี่ ไป เมอร์ไลอ้อน ตอนเช้ามืด 16 เหรียญ หาร 2 คน เท่ากับ                8 เหรียญ
ค่าเครื่องดื่ม ขนมขบเคี๊ยว 7-11                                                                         10 เหรียญ

รวมทั้งหมดที่ใช้ไป                                                                                            97 เหรียญ

ตีเป็นเงินไทย  97 x 25   =  2425 บาท ครับ

ทีนี้ หลายคนอาจจะบอกว่า ถ้าอยากจะไป ยูนิเวอรืแซล สิงค์โปรด้วยละ ทำไง ผมแนะนำว่า ควร อยู่ต่ออีกสักคืน เสียค่าที่พัก อีก 500 บาท และค่าบัตรเข้า ยูนิเวอร์แซล อีก ประมาณ 1500 บาท เท่ากับ ว่า จะกลายเป็นทริป 4วัน3คืน ในงบที่ไม่เกิน 5000 บาท ครับ ยังไงก็ลองเอาไปปรับใช้กันดูได้ครับ

ดังนั้น ขอจบทริป แบกเป้ เที่ยง สิงค์โปร 3วัน2คืน ไว้ เพียเท่านี้ครับ แล้วพบกันใหม่ ทริปหน้าครับ

You Recently Viewed ...

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

Tummeng Travel