ล่าสุด ในประเทศ

กาญจนบุรี!!! ต้องไปอีกกี่ทีถึงจะพอ ?

Rating Chart

4 average based on 1 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    1
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0
cover

ไปกาญจนบุรี อีกทีมั๊ยยย……เป็นคำถามที่ผม ถามเพื่อน ที่ร่วมเดินทางไปกาญจนบุรี ครั้งที่แล้ว ซึ่งได้รีวิวไว้ที่ กระทู้นี้ เที่ยวกาญจนบุรีหน้าฝนกันเถอะ  ทำไมต้องไปอีกครั้ง ? เป็นคำถามที่โดนถามเยอะมาก จากคนรอบข้าง ที่รู้ว่าผมจะกลับไปเที่ยว กาญจนบุรี อีกครั้ง  และคำตอบที่ ผมตอบก็คือ ก็มันยังเที่ยวไม่ครบ มีอีกหลายที่ต้องไป และที่สำคัญ มันใกล้ ขับรถแค่ 2 ชั่วโมง ก็ถึงแล้ว และครั้งนี้ ผมก็มี ภาระกิจ พาเที่ยวกาญจนบุรีในเชิงการเกษตร แถมมากับทริปนี้ด้วยครับ จะเป็นยังไง ลองติดตามชมกันครับ

page

เริ่มจากบินด้วยนกแอร์ มาจาก เชียงราย แล้วมาลง ดอนเมือง เพื่อรับรถที่เช่าไว้ ที่ Avis รอบนี้ได้รถใหม่ ไมลล์ยังไม่ถึง สามพันโลเลย  แล้วขับไปรับเพื่อน ที่ สาธร แล้วบึ่งออกจาก กทม โดยเลือกใช้เส้นทาง นครปฐม- ราชบุรี – กาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด ประมาณ 3 ชั่วโมง รวมรถติด

_MG_6793

_mg_0037

kanchanaburi_province_jpg

เมื่อเข้าสู่ จังกาญจนบุรี ก็ ผ่านอำเภอท่ามะกา แวะเข้าอำเภอท่าม่วง โดยมีจุดหมาย ที่จะไปไหว้พระกันก่อนที่ วัดถ้ำเสือ เพราะเป็นวัดที่ เคยเห็นภาพในอินเตอร์มานานแต่ไม่เคยไปสักที เห็นเขาถ่ายมาสวยๆทั้งนั้น ครั้งนี้ เลยหมายมั่น ว่าจะไปให้ถึง ขับมาเรื่อยๆ จัดสังเกตง่ายๆ เจอ วงเวียนให้เลี้ยวไปทางเส้น สันเขื่อนแม่กลอง ผ่านเข้าไปก้จะเจอป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ครับ

fzn_2441_acr

ขับตามป้ายบอกทางมาสักพัก ก็มาถึง ยังลานจอดรถ ของวัดครับ เนื่องจากผมมาเป็นวันธรรมดา รถจึงน้อย และ ร้านค้า ก็ไม่ค่อยเปิดครับ ก็เลยเดินไปขึ้น รถราง เพื่อขึ้นไปยังตัววัดที่อยู่ด้านบนครับ ค่าขึ้น ก็ 15 บาท ต่อคนครับ หรือใคร จะเดินขึ้นบันใด ก็ได้ นะครับ เดินพอเหงื่อซึมๆ เท่านั้นเอง

_mg_0115

_mg_0090 เมื่อขึ้นไปถึงก็ ทำการไหว้พระขอพรกันให้เรียบร้อย ก่อนที่จะ เดินวนๆ หามุมถ่ายสวยๆ ตามชาวบ้านเขา หรือจะปีนเจดีย์ เพื่อขึ้นไปถ่ายมุมสูง ตามมุมมหาชน ก็สุดแล้วแต่ครับ

_mg_0095 _mg_0097 _mg_0098

ข้อมูลการเข้าชม
เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน
จันทร์ – ศุกร์: เวลา 8.30 – 16.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์: เปิดเวลา 8.00 – 16.30 น.

การเดินทางไปยังวัดถ้ำเสือ และวัดถ้ำเขาน้อย
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะทำบุญสักการะพระที่วัดถ้ำเสือและวัดถ้ำเขาน้อยได้ทั้งขาไปและขากลับ เพราะอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลัก และห่างจากตัวเมืองกาญจน์เพียง 12 กิโลเมตร วัดทั้งสองตั้งอยู่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง อยู่ติดกันแค่มีรั้วกั้น สามารถเข้าไปภายในวัดได้จากชั้นล่าง เพราะทั้งสองวัดไม่มีทางเชื่อมต่อกัน

การเดินทางจากกรุงเทพฯ
1. จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบ้านโป่ง เข้าถนนแสงชูโต จะผ่านแยกมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ จากนั้นพอถึงแยกท่าม่วง เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอท่าม่วง
2. ผ่านหน้าโรงพยาบาลท่าม่วง วนวงเวียนหอนาฬิกา เพื่อเลี้ยวซ้ายไปถนนเลียบคลองชลประทาน
3. เจอสามแยก เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) ให้วิ่งไปทางเดียวกับวัดม่วงชุม พอเลยวัดม่วงชุมไปจะเห็นทางเข้าวัดถ้ำเสือ อยู่ทางซ้ายมือ

การเดินทางจากตัวเมืองกาญจน์
1. จากตัวเมืองกาญจน์ วิ่งผ่านหน้าโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เจอสามแยกไฟแดงตรงหน้าศาลากลางจังหวัด ให้เลี้ยวขวา
2. หลังจากข้ามสะพานแล้ว ให้ทำการเลี้ยวซ้ายข้างสะพาน (ทางเดียวกับทางไปวัดบ้านถ้ำ) จากนั้นวิ่งถนนสายใน ไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร
3. วิ่งข้ามคลองชลประทานไป จนเห็นวัดม่วงชุม เลี้ยวขวาข้างวัด (ตรงนี้ไม่มีป้ายบอกทาง) วิ่งเลาะรั้ววัดมา ถึงสามแยกเลี้ยวขวา จะเห็นป้ายทางเข้าวัดถ้ำเสือทางซ้ายมือ

ข้อแนะนำ
– วัดถ้ำเสือ และ วัดถ้ำเขาน้อย เป็นวัดที่อยู่ติดกัน สามารถเที่ยวชมได้ทั้งสองวัดในวันเดียวกัน
– วัดถ้ำเสือ มีรถรางไฟฟ้าสำหรับบริการผู้ที่ไม่สะดวก หรือ ไม่สามารถเดินขึ้นบันไดได้ (บันไดค่อนข้างแคบและชัน) ส่วนวัดถ้ำเขาน้อยไม่มีรถรางบริการ การเดินขึ้นไปยังเจดีย์หมื่นพุทธจะมีเส้นทางค่อยๆ ไต่ระดับ เดินง่าย ไม่ชันมาก
– ควรแต่งกายสุภาพเข้าวัด
– การเดินทางไปยังวัดถ้ำเสือ และวัดถ้ำเขาน้อย มีบางช่วงเส้นทางค่อนข้างซับซ้อน เพราะต้องผ่านเข้าไปในเส้นทางแคบในเขตชุมชน และบางจุดป้ายบอกทางไม่ชัดเจน ควรสังเกต ยอดของพระเจดีย์เกศแก้วปราสาทของวัดถ้ำเสือ แล้วมุ่งเดินทางไปตามเส้นทางนั้น

_mg_0105 _mg_0107 _mg_0109

ออกจากวัดท่าม่วง ที่อำเภอ ท่าม่วง ก้จะมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อยู่ ถ้าดุตามแผนที่นี้

kan_agrotourism

ผมเลือกที่จะไป เที่ยว และเยี่ยมชม ยัง โรงน้ำตาลมะพร้าวหอมไผ่ริมแคว ซึ่งเหตุผล ก็คือ ผมเพิ่งรู้ว่า มะพร้าว ก็สามารถนำมาผลิตเป้นน้ำตาลได้ และ เมื่อผมเข้าไปชม แล้ว ยิ่งอึ้ง ว่า น้ำตาลที่ว่านี้ ยังส่งออกไป อเมริกา และ ฝรั่งเศส อีกด้วย ทำรายได้ มหาศาล ให้ ชาวเกษตรกร แถวนี้ ครับ

fzn_2417_acr fzn_2418_acr fzn_2420_acr

ทำกันแบบ บ้านๆ ตามกรรมวิธีดั้งเดิม ตามที่คุณลุง ชาวเพชรบุรี ซึ่งเป็นพี่ชายพ่อของเจ้าของโรงงาม มาสอนให้ทำตั้งแต่ ยี่สิบปีที่แล้ว เลยเปลี่ยนจากคน ขายมะพร้าวหอม มาเป็น เป็นเศรษฐีขายน้ำตาลในปัจจุบัน

fzn_2424_acr fzn_2428_acr

ไม่น่าเชื่อว่า จากต้นมะพร้าวแบบนี้

_mg_0083

จะกลายมาเป็นน้ำตาลแบบนี้

_mg_0085

ประวัติน้ำตาลมะพร้าวน้ำหอม ไผ่ริมแคว เตาน้ำตาลไผ่ริมแควเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2550 โดยมีจุดประสงค์ของการก่อตั้งเริ่มจากการพลิกวิกฤติเป็นโอกาสของคุณ พรเลิศ เลี่ยนเครือ ซึ่งขณะนั้นได้ทำไร่ผลไม้อยู่ เช่น ขนุน มะพร้าว กระท้อน แก้วมังกร ส้มโอ และผลไม้อื่นๆอีกมากมายขณะนั้นพบปัญหาเรื่องการตลาดของผลไม้ล้นตลาดทำใหขายไม่ได้ราคาเท่าที่ควร แต่คุณพรเลิศก็ไม่ละเว้นความพยายามเพราะมีประสบการณ์การทำไร่มาเกือบ 10 ปี คิดว่าสักวันผลไม้ที่มีต้องขายราคาจึงดูแลผลไม้ที่ปลูกด้วยดีมาตลอดแต่ก็ยังประสบปัญหาอยู่ ตลอดจนกระทั่งวันหนึ่งนำมะพร้าวที่สวนไปขายกลุ่มลูกค้ากลับกดราคาต่ำมากจึงคิดว่าน้ำตาลมะพร้าว สามารถผลิตน้ำตาลปี๊บได้เหมือนกับต้นตาลโตนดประกอบด้วยขณะนั้นลุงของคุณพรเลิศมีอาชีพทำน้ำตาลมะพร้าวอยู่ที่อำเภอแม่กลองด้วยซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลมะพร้าวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรสาคร จึงได้ให้คำปรึกษาได้เป็นอย่างดี จากนั้นลุงจึงมาดูพื้นที่ที่จังหวัดกาญจนบุรีและได้ลองทำน้ำตาลมะพร้าวดู ปรากฏว่าทำน้ำตาลปี๊บได้และมีคุณภาพเทียบเท่ากับน้ำตาลจากอำเภอแม่กลองเพราะ น้ำตาลมีกลิ่นหอมของมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวมีความมันอยู่ในตัวของมะพร้าวเอง มะพร้าวน้ำหอมมีความหวานเป็นทุนอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว จากนั้นลุงจึงแนะนำให้คุณพรเลิศ นำน้ำตาลใสที่ได้จากงวงมะพร้าวมาเคี่ยวดูปรากฎว่าสามารถเคี่ยวเป็นน้ำตาลปี๊บได้ จึงเป็นน้ำตาลไผ่ริมแควจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็นเตาน้ำตาลปี๊บเจ้าแรกของจังหวัดกาญจนบุรี
ต่อมาในปี พ.ศ2551 สำนักงานเกษตรอำเภอท่าม่วงได้เข้ามาแนะนำให้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ2548 โดยใช้ชื่อว่า “วิสาหกิจชุมชนน้ำตาลมะพร้าวน้ำหอม” ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มผช. จากกระทรวงอุตสาหกรรม
ปี พ.ศ 2552 และต่อมาได้รับการคัดสรรให้เป็นสินค้าโอทอประดับ 4 ดาว ในปี 2553 จากการตั้งใจดำเนินงานและมีการพัฒนาสินค้าอยู่ตลอดทำให้ปัจจุบันมียอดจำหน่ายน้ำตาลเดือนละไม่ต่ำกว่า 20 ตัน และได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นมะพร้าวน้ำหอมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนขณะนี้มีต้นมะพร้าวน้ำหอมอยู่ทั้งหมด 4,200 ต้นและกำลังขยายเป็น 5,000 ต้น ทำให้การลงโฆษณาทางหนังพิมพ์ โทรทัศน์อย่างต่อเนื่องมาตลอด เพื่อให้น้ำตาลมะพร้าวของอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคอย่างมากต่อไปในอนาคต การผลิตกลุ่มสินค้าที่ปลอดสารพิษโดยใช้เปลือกพยอมในการกัดบูดและปุ๋ยจุลินทรีย์จากมูลสุกร มะพร้าว100%ไผ่ริมแควปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 25 คนดำเนินกิจการ

ผลิตภัณฑ์แปรรูปผลผลิตจากน้ำตาลมะพร้าวน้ำหอมได้แก่

1. น้ำตาลมะพร้าวบรรจุปี๊บ

2. น้ำตาลมะพร้าวน้ำหอมบรรจุกล่องพลาสติกน้ำหนัก 1 กิโลกรัม

3. น้ำตาลมะพร้าวน้ำหอมบรรจุพลาสติก น้ำหนัก 1 กิโลกรัม

4. น้ำตาลสด

การตลาดแหล่งจำหน่าย

– ร้านขายของฝาก

– ห้างสรรพสินค้า

– ร้านค้าทั่วไป

– โรงงานอุตสาหกรรมทำขนมหวาน

fzn_2434_acr

และ ออกจาก โรงน้ำตาล ก้ขับรถเข้าเมืองไปหาอะไรทาน ก่อนจะแวะไปเยี่ยม คุณปู่ร้อยปี ของเมืองกาญฯ ครับ นั่นคือ ต้นจามจุรียักษ์ ที่มีอายุ ร้อยกว่าปี

ต้นจามจุรียักษ์ หรือต้นก้ามปูยักษ์  เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจและไม่ไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรีมากนัก เมื่อมาถึงจะตื่นเต้น และตะลึงในความใหญ่โตของต้นไม้และกิ่งก้านสาขาสวยงามร่มรื่น ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10  คนโอบรัศมีทรง พุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75  เมตร ความสูงจากพิ้นดินถึงยอด 20เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา ซึ่งปัจจุบันหาชม ต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก

kan7 kan8

ต้นจามจุรียักษ์ ตั้งอยู่ในอำเภอด่านมะขามเตี้ย บ้านกสิกรรม หมู่ 5 ตำบลเกาะสำโรง หากมาจากวัดถ้ำมังกร สามารถเดินทางเข้าไปในกองการสัตว์ และเกษตรกรรมที่ 1 (กองผสมสัตว์) กรมการสัตว์ทหารบก ผ่านวัดถ้ำมุนีย์นาถ เมื่อมาถึงกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1  ให้เข้าไปข้างใน ต้นจามจุรียักษ์จะอยู่ข้างในกรมการสัตว์ทหารบก  เมื่อเข้าไปข้างในกรมจะมีทางแยกซ้ายขวาไม่มีป้ายบอกให้เลี้ยวขวา แล้วตรงไปเรื่อยๆจะมีป้าย บอกตลอดทาง ไม่มีค่าเข้าชม เวลาเปิด 06.00 – 18.00 น.

kan9

ออกจาก อำเภอเมืองผมก็ มุ่งตรงไปยัง สถาณีรถไฟ ถ้ำกระแซ เพื่อไปยังอีก สถานที่เที่ยว ที่เคยได้ยินมานานแต่ไม่เคยไปเช่นกันนั้นคือ ทางรถไฟสาย มรณะ แต่ โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ที่ มาผิดเวลา ไม่ได้ เช็คเวลาไว้ก่อน เลยไม่เจอรถไฟ ครับ  ถ้ารอต้องเสียเวลา อีก เกือบ สองชั่วโมง ก็เลยได้ แต่ ยืนถ่ายกับทางรถไฟ

_mg_0202 _mg_0208

ยังไง ใคร จะมาที่นี่ ก็เช็คเวลากันนิดนึงนะครับ ว่ารถไฟมากี่โมง คร่าวๆ ก็ตามนี้นะครับ อาจมีล่าช้าบ้าง  ถ้ำกระแซ, 07:36, 11:41, 17:51  แนะนำให้มา เย็นๆ จะได้ แสงเย็นสวยๆด้วย

fzn_2688 fzn_2700 fzn_2703

ออกจาก ถ้ำกระแส ก็ แวะเที่ยวน้ำตกกันสักนิด ครับ มา กาญจนบุรี ถ้าไม่ได้ มาน้ำตก นี่ ถือว่ามาไม่ถึง ก้ว่าได้ เพราะ มีน้ำตก หลากหลายให้ เลือกชม แต่ช่วงนี้ หลายๆ ที่น้ำแห้งไปบ้าง จะไปที่ไหน ลองเช็คกันดูสักนิดนะครับ

อย่างเช่นน้ำตก ห้วยแม่ขมิ้น ที่ บางชั้น ไม่มีน้ำตก ทั้งที่หน้าฝนนะครับ แต่หลายๆชั้นก็ยังมีน้ำอยู่

  น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงจากยอดเขาและผาสูง 2,100 เมตร น้ำตกเอราวัณมีความยาว 1,500 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย

kan6

 

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ริมทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากอำเภอเมือง 108 กิโลเมตร น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ทั่วบริเวณร่มรื่นด้วยพรรณไม้ป่านานาชนิด น้ำตกไหลมาจากต้นน้ำของเทือกเขากะลาซึ่งเป็นป่าดิบเขาแล้งทางทิศตะวันออกของอุทยาน และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แบ่งออกเป็น 7 ชั้น มีชื่อเรียกต่างๆกันไปแต่ละชั้น เช่น ชั้นที่ 1 ดงว่าน ชั้นที่ 2 ม่านขมิ้น ชั้นที่ 3 วังหน้าผา ชั้นที่ 4 ฉัตรแก้ว ชั้นที่ 5ไหลจนหลง ชั้นที่ 6 ดงผีเสื้อ ชั้นที่ 7 ร่มเกล้า แต่ละชั้นมีความสูงและความงดงามต่างกันไป ทางอุทยานฯได้ทำเส้นทาง เดินสำหรับขึ้นไปชมน้ำตกแต่ละชั้นและยังเป็นเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติ เป็นน้ำตกที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี

kan2 kan3 kan4 kan5

ออกจาก น้ำตกเราก้เข้าที่พักครับ  ซึ่งที่พักที่ กาญจนบุรี ผมคงไม่ต้องแนะนำเป็นพิเศษ นะครับ เพราะ มีเยอะมากมายหลายแบบ ใครชอบพักแบบใหนก็เลือกเอาได้เลยครับ ที่เว็บจองที่พัก Traveloka ตามลิ้งค์นี้เลยครับ จองที่พักกาญจนบุรีกับ Traveloka  https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/city/mueang-kanchanaburi-district-10000655 เห็นราคาเท่าไหร่ ก็จ่ายเท่านั้นแหละครับ ไม่ต้องคิดมาก หลังจากนั้น ออกมาทานอาหารเย็นที่ร้านใกล้ๆ ที่พัก ชื่อร้าน คุณลุง ส่วนใหญ่ อาหารจะเน้นเป้น อาหารพื้นบ้าน และ อาหารป่า ครับ รสชาติดี อร่อยถูกปากมาก ไปสองคน หมดไป เกือบหกร้อยบ้าน 55

page1 page2

อีกวันถัดมา ผมใช้เวลา ซึมซับบรรยากาศ สวยๆ เงียบสงบ นานไปหน่อย เลยตื่นสายๆ แล้ว ขับรถออกมา ยังอำเภอบ่อพล่อย เพื่อเข้าไปเยี่ยมชม อีกหนึ่ง สถานที่เที่ยวเชิงเกษตร ที่ชื่อ ไร่คุณมน

ไร่คุณมน เป็นสวนเกษตรแบบผสมผสาน มีพื้นที่ 80 ไร่ เป็นศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาไทย สร้างอาชีพให้กับชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวและประชาชนสามารถเข้าชมสวนเกษตร ขั้นตอนการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้อย่างใกล้ชิด โดยสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นานาชนิด เช่น น้ำนมข้าวโพด น้ำผักกล้วย อาหารชีวจิตเพื่อสุขภาพ

_mg_0226 _mg_0230

ไร่คุณมน เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมทุกวันระหว่างเวลา08.00 – 17.00 น. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1944-7971, 08-0659-2244

สถานที่ตั้ง 357 บ้านหนองกระทุ่ม หมู่ที่ 2 ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย

ที่นี่จะมี สินค้า เชิงเกษตร มากมาย ขาย และส่งไปขายตามศูนย์กระจายสินค้าต่างๆ มากมาย และยังเป็นสถานที่ดุงาน และให้ความรู้ต่างๆ ด้านเกษตรกรรม อีกด้วย

_mg_0227 _mg_0235 _mg_0236 _mg_0237

กล้วยซองเหลืองๆ ข้างล่างนี้ อร่อยมากจริงๆครับ เชื่อผมได้ ถ้าไม่อร่อยผม ยินดีให้ ขับรถเอาไปเอาเงินคืนได้

_mg_0238

ปัจจุบัน ไร่คุณมน มีที่พัก สำหรับผู้ที่สนใจ และ จัดกรุ๊ปสัมมนา โดยมีทั้งแบบห้องธรรมดา ห้องรวม และ แบบบ้านดิน ที่กำลังสร้างเสร้จไปสามหลัง

_mg_0222 _mg_0224 _mg_0232 _mg_0244 _mg_0245

ใกล้ๆ กับไร่คุณมน จะสถานที่เที่ยวอีกแห่งซ่อนตัวอยู่ที่อำเภอบ่อพลอย นั่นคือ สวนสัตว์แบบซาฟารี ของ อำเภอบ่อพลอย โดยดำเนินโดยเอกชน คุณสามารถขับรถเข้าไปชมเอง หรือ นั่งรถบัส ของทางสวนสัตว์ เข้าไปชมก็ได้ครับ

ในนั้นจะมีสัตว์ ต่างๆ จาก ต่างประเทศ และในประเทศมากมาย ให้คุณชม แนะนำว่า ให้ซื้อผักเข้าไปเป็นอาหารแก่สัตว์ด้วยเพื่อความไกล้ชิด ครับ  โดยบัตร ราคา 150 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และมีการแสดงโชว์ ตามตารางนี้ครับ

fzn_2743_acr fzn_2744_acr fzn_2745_acr fzn_2746_acr fzn_2749_acr fzn_2752_acr fzn_2755_acr fzn_2761_acr fzn_2763_acr fzn_2773_acr fzn_2775_acr fzn_2778_acr fzn_2780_acr fzn_2781_acr

ใช้เวลา สักพัก ก็ถึงเวลา ที่ต้องกลับ กทม แล้วครับ แต่ก่อนจะกลับ แวะ ซื้อของฝากกลับไป ให้คนที่บ้านสักหน่อยครับ ผมเลืกจะแวะซื้อ จมูกข้าวรุ่งอรุณ ครับ มีสินค้า มากมายเกี่ยวกับ จมูกข้าว ทั้งนมข้าว ชาจมุกข้า ข้าวกล้อง และผลิตภัณฑ์ จาก ข้าวต่างๆครับ

 

fzn_2354_acr fzn_2357_acr fzn_2360_acr

จมูกข้าวรุ่งอรุณที่เป็นเครื่องดื่มมีด้วยกัน 4 สูตร คือจมูกข้าวหอมนิล จมูกข้าวหอมมะลิใบเตย จมูกข้าวหอมมะลิผสมงาดำและจมูกข้าวกล้องงอก ขายปลีกราคาถุงละ 35 บาท หรือ 3 ถุง 100″

fzn_2362_acr fzn_2367_acr

หลังจากได้ ของฝากแล้วก็ขับรถ กลับ กทม โดยเลือกใช้เส้นทาง อู่ทอง – วิงเข้ากำแพงแสน  และ เข้าปทุมธานี เพื่อไปคืนรถเช่า เอวิส และ บิน นกแอร์ กลับบ้านที่เชียงราย โดยสวัสดิภาพ จบทริปเที่ยวแบบธรรมชาติ และ เชิงเกษตร เป็นที่เรียบร้อย

 

โดยทริปนี้ ต้องของคุณ Nok air และ Avis ที่สนับสนุน ภาหนะ ในการเดินทางเพื่อความสะดวกสบายครับ

 

14102688_10208812837291295_196154488362818394_n 14191929_10208812836811283_5969917276073453423_n

_mg_0032 _mg_0037

และหากต้องการความสะดวกสบายแบบนี้ ติดต่อได้ที่

Nok Air :  http://www.nokair.com

Avis : http://www.avisthailand.com

แล้วพบกันใหม่ครับ ในรีวิวหน้า

สามารถติดตามข่าว สารและการเคลื่อนไหว ของ นายแบกเป้เท่ทั่วโลกได้ที่

===================================================================

ฝากติดตามผลงานและ อัพเดตข่าวสารกันด้วยครับ

เพจ :  https://www.facebook.com/TummengMagazine 
instagram : https://www.instagram.com/tummengtravel/
twitter : https://twitter.com/tummengtravel 
Pantip : http://pantip.com/profile/243129

ติดต่องาน

Line ID : tummeng.in
Email : [email protected]
Tel : 0830307514

=======================================================================

 

 

 

 

You Recently Viewed ...

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

วันเดียวเที่ยวแม่เมาะ

Tummeng Travel