ในประเทศ

ชุมพร – ระนอง แค่นี้ก็สุขใจ ไปเที่ยววิถีชุมชน เมืองต้องห้ามพลาดพลัส

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ชอบมั้ย ถ้าต้องไปนอนบ้านชาวบ้าน
ทานอาหารกับเขา ออกเรือไปหาปูหาปลา
กับเขา เรียนรู้การดำรงชีวิตของคนท้องถิ่นนั่นๆ

ถ้าพูดถึงการไปเที่ยว จังหวัด ชุมพร และ จังหวัดระนอง คุณจะคิดถึงอะไร ?

แน่นอนในหลายๆคำตอบส่วนใหญ่ ต้องพูดถึง ทะเล เกาะ หาดทราย สายลม แสงแดด
เพราะทั้งสองจังหวัดนี้ ติดทะเลคนละด้าน ชุมพรมีอ่าวไทย ส่วนระนองมี อันดามัน
แต่การไปเที่ยวให้ได้แบบนั้น นอกจากการเดินทางที่ยาวนาน ทั้ง เครื่องบิน รถ เรือ
และค่าใช้จ่ายที่ สูงมากแล้ว บางทีการเดินทางท่องเที่ยวทริปนั้นยังเหนื่อยแสนเหนื่อยอีกด้วย

แต่ถ้าใครคิดว่าการเดินทางท่องเที่ยว คือ การได้ออกมาจากที่เดิมๆ ได้ไปเจอบรรยากาศใหม่ๆ
และที่สำคัญ คือ การแค่ได้พักผ่อน นอนเล่น หรือ ภาษาวัยรุ่นจะบอกว่าแค่ไปนั่งโง่ๆ สักที่นึง
ทริปนี้ต่อไปนี้ผมจะนำ ทุกท่านไปเที่ยว ชุมพร – ระนอง ในแบบ สโลไลฟ์ แบบวิถีชุมชน
แต่มีความ เจ๋ง ความคลู และ มีความเท่ ตามสไตล์เพจนี้ครับ

 

โดยทริปของผม เป็นทริป 4 วัน 3 คืน ดังนี้
วันแรก
– บินลงชุมพรด้วยสายการบิน Nok Air ไฟล์ทเช้า
– ไปถ่ายรูปเก๋ๆเท่ๆ ที่สถานีรถไฟ ชุมพร พร้อมทาน อาหารเช้าเป็น ข้าวแกงใต้ร้าน ป้าเรือง
– ไป ดำน้ำดูปะการัง และ ฝูงปลา ที่ เกาะง่ามน้อย ง่ามใหญ่ เรือปราบ
– ไปดูการทำรังนก ที่เราเอามากินๆกันนี่แหละ
วันที่สอง
– ตื่นเช้าขึ้นจุดชมวิว เขาดินสอ
– เดินทางไประนอง แวะทาน ซาลาเปาทับหลี
– เยี่ยมชม การทำซีอิ๊ว สูตรโบราณ
– เข้าพัก และเรียนรู้วิถีชุมชนบ้านแหลมนาว
วันที่สาม
– เที่ยวชม วิถีชาวบ้านที่แหลมนาว ออกเรือไปเก็บอวนกับชาวบ้าน
– เดินทางไปล่องแพ คลองลัดโนด
– เที่ยวชม วิถีชุมชนชายทะเล ทานอาหารซีฟูดส์
– ชม ฟาร์มปูนิ่ม
– แวะทานเครื่องดื่ม ที่ โตยเพชรกรีนเนอรี่
– แช่น้ำแร่ ระนอง
วันที่สี่
– เที่ยวชมพูเขาหญ้า
– เที่ยวชมวิถีชุมชนที่…….
– เดินทางกลับชุมพร แวะ ชมหมู้บ้านม้าน้ำ
– สัการะ พระธาตุสวี
– เที่ยวชมและจัดทำบ้านทรงไทยให้ปลา ที่ อำเภอปะทิว
– เดินทางกลับด้วยสายการบิน Nok Air ไฟล์ทค่ำ

แล้วทำไม ต้องเป็น ชุมพร-ระนอง ก็เพราะทั้งสองเมืองนี้ เราอยู่ใน โครงการ
12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส เที่ยว 1 เมือง สามารถเที่ยวต่อได้อีกเมือง
โดยทริปนี้ ผมจะพาเที่ยวเป็นวงกลม ชุมพร – ระนอง – ชุมพร
คือคือ เราสามารถ นั่งเครื่องบิน ลงชุมพร แลัวเที่ยวระนอง หรือ
ลง ระนอง แล้วเที่ยวชุมพรก็ได้ ครับ โดยทั้งสองจังหวัดนี้ มีสายการบิน นกแอร์ บินลง
ทั้งสองจังหวัด เป็นประจำทุกวัน

บินลงชุมพรด้วยสายการบิน Nok Air ไฟล์ทเช้า DD7610 เวลา 05.45 น. เรียกว่าแหกขี้ตาตื่นกันตั้งแต่ตีสาม ตีสี่ เลยครับ เป็นเครื่องใบพัดมีขนาดเล็กนะครับแต่ก็นั่งสบาย ไม่เบียดกัน  ใช้เวลาบินชั่วโมงนิดๆ ก็เดินทางเข้าเมืองมายัง สถานีรถไฟ เพื่อหาอะไรทานตอนเช้า แนะนำ ข้าวแกงป้าเรือง อาหารใต้รสชาติจัดจ้าน

ที่ชุมพร สถานีรถไฟ ตอนกลางวันเงียบๆหน่อย เพราะ ส่วนใหญ่ รถไฟ จะวิ่งมาถึงที่ชุมพร ดึกๆ หรือ เช้ามืด ครับ

ทำให้เรา ได้มีเวลา และ มุมเก็บภาพได้อย่างเหลือเฟือ ใครจะฮิป จะคลู จะเท่ แบบใหน เอาที่ใจชอบได้เลย

เวลา 9.30น. ก็มาขึ้นเรือที่ ท่าเรือ สยามคาตามารัน เพื่อซื้อทัวร์แบบ 1 day trip ไปดำน้ำ ที่ เกาะง่ามเล็ก ง่ามใหญ่ และอีกหลายๆจุด โดยบนเรือจะมี อาหารเครื่องดื่ม บริการ เพียบพร้อมครับ

ระหว่างล่องเรืออกไปก็จะเจอกับ เรือประมง ที่ไปหาปลากลับเข้ามายังฝั่งอยู่เรื่อยๆ

เที่ยวหน้าฝน มีข้อดีคือ มันจะไม่ร้อนมากครับ นั่งเรือออกไปสบายๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

มาถึงจุดดำน้ำจุดแรก คือเกาะง่ามใหญ่ เป็นทั้งจุดดำน้ำตื่น และ ดำน้ำลึกเลยครับ วันไหนโชคดี ก็จะเจอฉลามวาฬ ด้วย

มาทะเลทั้งที คนรักโลกใต้น้ำแบบผมมีรึจะพลาดการลงไปแหวกว่าย ชมความงามของโลกใต้ทะเล

เตรียมกล้องให้พร้อม แค่ Gopro 5 ก็พอแล้ว สำหรับมือสมัครเล่นแบบเรา

1-2 ซ๊ามมมมม ตูมมมมมม

ที่ชุมพร เกาะง่าม นี่ถือเป็นแหล่ง หรือ ดงดอกไม้ทะเลผืนใหญ่ ของบ้านเราจุดนึงเลยนะครับ

ไม่อยากเรียกว่าดงเลย เรียกว่า ทุ่งดอกไม้ทะเล เลยดีกว่า แถมมีฝูงปลาเล็กปลาใหญ่ ว่ายไปมา เพลิดเพลินกันเลยทีเดียว

ปลาเยอะมาก และหลากหลายสายพันธ์

โชคไม่ค่อยดี ผมได้รับอุบัติเหตุ เลยทำให้ เรือต้องกลับเข้าฝั่ง เพื่อพาผมไป โรงพยาบาล เลยไปดำไม่ครบจุดที่ตั้งใจไว้ จริงๆ เรือ ต้องกลับฝั่ง 16.00 น. นะครับ

จากอุบัติเหตุ นั้น ทางเรือสยามคาตามารัน รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาให้ เพราะ มีประกันอุบัติเหตุ ให้ตอนที่เราซื้อทัวร์แล้วครับ

หลังจากเสร็จ ธุระ ที่ โรงพยาบาลแล้ว เราก็เดินทางไปเยี่ยมชม การทำรังนก ที่ บ้านตี๋รังนก ครับ

ใช่แล้วครับ คือรังนกที่ พวกเราๆ กินกันนั่นแหละครับ

มีการคัดสรร คุณภาพ และ มาตรฐานการผลิตที่ดีเลยครับ

เราไม่สามารถ เข้าไปดูรังนกใกล้ๆไดนะครับ ได้แต่แอบส่องไกลๆ

วันที่สอง เราตื่นเช้าไปจุดชมวิวเขาดินสอ แต่ เนื่องจากฝนตก ทำให้อดได้ภาพสวยๆมาฝาก
หลังจากทานข้าวเช้าแล้วก็เดินทางไปยังจังหวัดระนอง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงครับ

ระหว่างทาง อย่าลืม แวะทาน ซาลาเปาทับหลี เป็นสินค้า ชื่อดังของที่นี่ครับ มีขายมากมายหลายเจ้าครับ แต่เจ้าแรกเลยคือ ร้าน ฮั่นหยกหย่วน ครับ ผมลองชิมแล้ว อร่อยมาก กินคนเดียว 4 ลูกเลย

มื้อเที่ยง แวะไปทาน ปลาทอดเต้าซี่ สุตรโบราณ และ ชมการทำซีอิ๊ว โบราณ ยี่ห้อนกแก้วคู่ ของจังหวัดระนองครับ มีการทำสืบทอดกันมา กว่าหลายร้อยปี

ช่วงบ่ายเราต้องรีบ ไปขึ้นเรือที่ท่าเรือบางเบน อ่าวแหลมสน เพื่อไปยัง ชุมชนบ้านแหลมนาว นั่งเรือไป ประมาณ 30 นาที

บรรยากาศสองข้างทาง ที่เรือแล่นผ่านไป ช่างสวยงาม เหมาะสมกับหน้าฝนจริงๆ

มีทะเล มีภูเขา มีสายหมอก วันนี้ขาดแค่แสงแดด เท่านั้นเอง ไม่งั้น จะสมบรูณ์แบบมาก

บรรยากาศ ระหว่างขับเรือไปยัง แหลมนาว ในหน้าฝนนี่ มันสวยจริงๆ หมอกสีขาว ที่ ลอยต่ำเรื่ยภูเขาสีน้ำเงิน ต้นโกงกางสีเขียวที่โผล่ขึ้นมากลางทะเลสีคราม

บ้านแหลมนาว เป็นหมู่บ้านที่อยู่ปลายแหลม ไม่มีถนนเข้าถึง ต้องนั่งเรือเข้าไปอย่างเดียวเท่านั้น โดยเรือ จะคิดเป้นราคาเหมา ลำละ 1000 บาท

บ้านแหลมนาวเป้นหมู่บ้านชาวประมง เล็กๆ มีไม่เกิน 40หลังคาเรือน ทุกบ้านมีอาชีพประมง มีโรงเรียนประถม นับถือ ศาสนาอิสลาม ทั้งหมู่บ้าน

ที่บ้านแหลมนาว จะมีการรวมกลุ่มกันทำ โฮมสเตย์ ต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่อยากมาสัมผัส วิถีชีวิต แบบ ชาวประมงพื้นบ้าน โดยคิดราคา 600 บาท ต่อคน รวมที่พักและ อาหาร 3 มื้อ และมีกิจกรรม ต่างๆให้ทำ

ในที่สุด เรือ ก็พาเรามาจอด ที่ โรงเรียนสอนขับเรือหางยาวบ้านแหลมนาว และยังใช้เป็น บ้านพัก โฮมสเตย์ และทำกิจกรรมต่างๆด้วย

เป็นบ้านไม้ ที่ปลูกอยู่ริมทะเล โดยยื่นออกไปยังทะเล ชนิดที่ ว่า นอนอยู่บนบ้านได้ยินเสียงคลื่นดังอยู่ใต้ตัวเรา

ที่นี่ ใช้เป้นที่นอนได้ด้วย มีผูกเปล ไว้ให้นอนสำหรับสายชิว นอนอ่านหนังสือฟังเพลง

เดินทาง มาเหนื่อยๆ ก้ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นกันหน่อย

หลังจากเก็บกระเป๋าเข้าที่เข้าทาง แจ้งกับกลุ่มแม่บ้าน เรื่อง เวลาทานอาหาร และที่หลับที่นอนแล้ว

ก็แยกย้ายกัน ใครอยากทำไรก้ทำ

อยากนอนโง่ๆ มองวิว คิดไรเพลินๆ ก็ทำไป

อยากไปยืนโง่ๆดุวิว ก้ทำไป เพราะ คุณไม่สามารถออกจากเกาะได้ จนกว่าจะถึง เที่ยงวันพรุ่งนี้ 555

บางคนก็หยิบกล้องมาเก็บภาพความทรงจำ

บางคนก็อาจจะแค่ยืนเฉยๆ ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปเรื่อยๆ

กิจกรรมอื่น นอกจากนี้ก็จะมี ตกปลา หรือตกหมึก ครับ จะเห็นว่า มีหลอดไฟที่ใช้ล่อหมึกด้วย หรือใครจะ ออกไปพายเรือแคนนู เล่น หรือ เล่นน้ำใต้ถุนบ้านก็ได้ครับ

หลังจากคุย กับทางกลุ่มแม่บ้านแล้ว ตอนแรกพวกเราจะนอนที่ โรงเรียนสอนขับเรือ แต่ ด้วยความไม่สะดวก เพราะ จริงๆ กลุ่มแม่บ้าน เตรียมไว้อีกหลังนึง ที่อยู่ใกล้ๆกันไว้แล้ว ก็เลยต้องย้าย ที่นอน

มื้อเย็น มื้อแรกที่บ้านแหลมนาว ก็จัดเต็มด้วยอาหาร ซีฟู๊ดส์สดๆ ที่ ชาวบ้านจับมาได้ ในวันนั้นครับ

ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงถือศีลอดพอดี อาหารเลยดูบกพร่องไปบ้างเล็กน้อย

นั่งทานข้าว พร้อมสายฝนที่โปรยปรายลงมา

สำหรับที่นอนนั้น จะมีการเตรียมเบาะ ผ้าปู ผ้าห่ม ไว้ให้ เราก็จัดแจงปูกันเอง ใครจะนอนตรงใหน ส่วนใหญ่ จะออกมานอนที่ลานบ้าน เพราะ ถ้านอนในห้อง อาจจะร้อน เพราะลมไม่โกรก แถม ที่ บ้านแหลมนาวนั้น มีไฟฟ้าใช้ถึงแค่เวลา 22.00 เท่านั้น

ไม่ต้องกลัวยุง เพราะ มีมุ้งแบบนี้ เตรียมไว้ไห้แล้ว

หรือใครอยากนอนแบบเต้นท์ ก็ทำได้ครับ  ดึกๆมา กลางเต้นท์นอน ชมดาวบนฟ้า ถ้าอากาศดีๆ ไม่รู้ว่าเป็นการนอนก่อน สี่ทุ่ม ครั้งแรกในรอบ หลายปีมานี้แน่นอนครับคืนนั้น

นี่คือ ภาพยามเช้าที่ เปิดเต้นทืออกมาเจอ เป็นการตื่นเองก่อนหกโมงเช้าเป้นครั้งแรกในรอบหลายๆปีเช่นกัน

เช้าวันนี้อากาศก็ยังไม่ดีสักเท่าไหร่นัก

หลังจากทาน ข้าวเช้าที่เป็นข้าวต้มปลากระพง ก็ออกไปเดินสำรวจหมู่บ้านกันครับ เพื่อเรียนรู้วิถีชาวบ้าน และวัฒธรรม

ชาวบ้านที่นี่ แน่นอนทำประมง ดังนั้นกิจกรรมยามว่างคือ การ ซ่อมแซมอวน หรือ อุปกรณ์หาปลา

เจ้าถิ่น หน้าตาน่ารัก มาดักรอ

กิจกรรมอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ นิยม ก็คือ การออกไปลอบกู้อวน ที่วางไว้เมื่อวาน กลับมาวันนี้ ก็จะมี กุ้ง ปู ปลา ติดอวนมาเพียบ

มีทั้งปูม้า ปูดำ กุ้ง หอย ปุ ปลา ต่างๆ

วันไหน โชคดีหน่อย ก็จะได้ ล๊อบเตอร์ติดมาด้วย

ที่สะพานปลา และท่าจอดเรือแห่งนี้ จึงเป็นศูนย์รวมผู้คน แทบทั้งเกาะ ในยามเช้า เพราะทุกคน จะเอาอวน มาวางไว้เพื่อแกะเอาไปขาย

ปกติ ต้องทานมื้อเที่ยงก่อนค่อยกลับ แต่กลุ่มผม มีนัด ที่ต้องไป ที่อื่น และทาน อาหารเที่ยงที่อื่น เลย ต้องออกมาจาก บ้านแหลมนาว ตอนสายๆ

จริงๆ อีกกิจกรรมนึงที่ ทำกัน ก็คือ การไปชมทุ่งหญ้า ซาวันน่า ที่อีกด้านของปลายแหลม หรือ เหมาเรือ ไปเที่ยว สามเกาะ คือเกาะพยายาม เกาะค้างคาว และเกาะกำ แต่พวกเราไม่ได้ทำ ครับ เนื่องจากเวลาจำกัดไปหน่อย

นั่งเรืออกมา ยัง ท่าเรือบางบนอีกครั้ง

11 โมง เรานัดเรือพีท หรือเรือท้องแบนแบบชาวบ้านแถวนี้ใช้สัญจรไปมา เพื่อมาพาเราไป ล่องเรือ และ ล่องแพ ที่คลองลัดโนด

กิจกรรมนี้ใช้เวลา ประมาณ 4 ชั่วโมงครับ ปกติ จะออกเรือ หรือแพ 11.00 น.

โดยวันนี้ เรามีเจ้าถิ่น เป้นอดีตผู้ใหญ่บ้าน และปัจจุบันเป้นผู้นำชุมชนคลองลัดโนดแห่งนี้ และ ททท มาช่วยกันปลูกต้นโกงกาง

ตัวผม เจออุบัติเหตุ มีแผลที่เท้า ลงน้ำไม่ได้ เลยให้เพื่อน ปลูกแทน

พอดี มาเร็วไป น้ำยังไม่ลดหมด เลยต้องปลูกทั้งๆแบบนี้

ล่องเรือเสร็จก้ มาจอดยังแพอาหาร ที่ตระเตรียมไว้ให้เป้นมื้อกลางวัน

อาหาร นี่ ได้โทรมาสั่งไปก่อนแล้ว ไปถึง อาหารก้ยกมาเสิร์ฟเลย

และแน่นอน จัดเต็มเช่นเดิม เพราะอาหาร มื้อนี้ รวมอยู่ในกิจกรรม ล่องแพของลัดโนด ในราคา 1200 ต่อคน

ปูม้า กล้ามใหญ่มากกก  จัดเต็มมาก กินจนจุก

กินเสร็จแล้ว ออกมานั่งย่อยอาหารแปบ

หลังจากทานข้าวเสร้จก็เป้นกิจกรรมล่องแพเปียก เพื่อไปชมทัศนียภาพ และ แวะชมการเลี้ยงปูนิ่ม

ปูนิ่ม ก็คือ ปูดำ ที่ถอดกระดองออก แล้วกำลังรอให้มันแข็งใหม่ คนเราก็ช่างสรรหาในการกินจริงๆ

เสร็จจาก ล่องแพคลองลัดโนด ระหว่างทางกลับเข้าเมือง ก็สามารถแวะ ชิมเครื่องดื่ม และอาหาร ท่ามกลางแม่น้ำ ที่ไหลมาจาก น้ำตก โตดเพชร ที่นี่ชื่อว่า โตนเพชรกรีนเนอรี่ เป้นร้านอาหาร และ เครื่องดื่ม ที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ตกแต่งด้วยไม้ไผ่เกือบทั้งหมด

โตนเพชรกรีนเนอรี่ ตอนนี้ยังมีบริการแค่ เครื่องดื่มและอาหารเท่านั้น ส่วนห้องพักยังไม่แล้วเสร็จ

ที่นี่เป็นสวน ที่เน้นการ ปลูกด้วย ออร์แกนิค

บรรยากาศร่มรื่นดีจริงๆ ทำให้นึกถึงบรรยากาศที่ วิ่งเลนน้ำตอนเด็กๆ

เย็นๆ เราเข้าตัวเมืองระนอง เพื่อไปแช่น้ำพุร้อน หวังผ่อนคลายความเมื่อล้า

มีทั้งบ่อแช่เท้า บ่อแช่ตัว และบ่อแช่แบบ ไพรเวท

จากนั้น ก้ไปนอนยังซีเมนต์อุ่นๆ เพื่อปรับธาตุในร่างกาย

มื้อเย็นเราทาน ที่ร้าน ชื่อดังแห่งเมืองระนอง คือ ร้านอาหาร คุ้นลิ้น ที่เปิดมากว่า 40 ปีแล้ว

ที่ร้านคุ้นลิ้นนอกจากมีการเสี่ยงโชคสั่งเมนุอาหารตาม เซียมซี แล้ว ยังมีการเขียนตุ๊กตา ไล่ฝนแบบญี่ปุ่นอีกด้วยเป็นการฆ่าเวลาระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ

อาหารก้มีหลากหลาย ลองชิมกันดูก่อน

น้ำพริกไข่ปู

อันนี้ ปลาทูทอดกะปิ เป็นเมนูขึ้นชื่อ ของร้าน คุ้นลิ้น ครับ ใครมาก้ต้องสั่ง

ปลาหลุมพุกลุยสวน

อันนี้เป้นเครื่องดื่ม น้ำผักเหลียง ผสมส้มจี๊ด
รสชาติดีเลย

ผักเหลียงอบชีส

ปูนิ่มชุปแป้งทอด

เช้าวันที่ สี่ เราไปถ่ายรูปเล่นที่ ภูเขาหญ้า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ ระนอง

ด้านหลัง จะมีน้ำตกหงาว เป้นฉากหลังสวยๆ เป้นน้ำตกที่ใหญ่อลังการมาก

ชอบแบบใหน ท่าใหน จัดไป เพราะมาหน้าฝน หญ้าที่นี่ จะเป้นสีเขียวสดชื่น

มื้อเช้าวันนี้ไปฝากท้องไว้ที่ โรตีนิสรา

ได้รับป้ายการันตีความอร่อยด้วย จาก นกชวนชิม

กินเสร็จก้ออกไปเดินเล่นที่ ชุมชนบ้านหงาว ดุวิถีชีวิต ยามเช้าของคนที่นี่

จากการที่ได้เดินดู คนที่นี่ จะใช้ชีวิตกันอย่างไม่เร่งรีบ ที่ชุมชนแห่งนี้ จะผสมผสาน ระหว่าง คนจีน กับ คนอิสลาม

ก่อนออกจาก ระนอง ก็แวะกราบสิ่งศักดิ์สิทธ์ หลวงพ่อดีบุก ที่วัดหงาว ซะหน่อย

จาก บ้านหงาว ขับรถมาทาง อำเภอพะโต๊ะ เข้าชุมพร ทางอำเภอสวี เพื่อไป ยัง บ้านท้องตมใหญ่ หรือ
หมู่บ้านม้าน้ำ เป้นอีกหนึ่งชุมชน ที่ จัดทำโฮมสเตย์ ริมทะเล

มีห้องพัก และอาหาร ให้เช่นกัน แต่กิจกรรมของที่นี่ จะเน้นการออกไปดำน้ำ และ การเลี้ยงดูม้าน้ำ

การได้ มาใช้ชีวิต กินอยู่ร่วมกัน ทำให้ บางครั้ง เราจะเข้าใจ ในชีวิต ของคนต่างจังหวัด ว่าทำไม พวกเขาดูมีความสุข อยู่ตลอด

ก่อนออกจาก อำเภอสวี ก้แวะไป กราบ นมัสการพระะาตุสวี ซึ่งเป็น พระะาตุเก่าแก่ และเป้นที่นับถือของคนแถบนี้ครับ

จาก สวี เรามุ่งตรงไปยังอำเภอประทิว เพื่อร่วมกิจกรรม สร้างบ้านทรงไทยให้ปลา จัดโดยชุมชนแถวอำเภอประทิว นี่เอง

กิจกรรมนี้คือ การเอาบ้านทรงไทย หรือ ศาลพระภูมิ ไปโยนทิ้งลงในทะเล เพื่อให้เป้นที่อยู่ของปลาเล็กๆ แถบนี้

นั่งเรือ ออกมาไกลเหมือนกัน ประมาณ 2-3 กิโลเมตร จากฝั่ง

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จุดหน่วยช่วยเหลือเร็ว ไว้คอยบริการ เตรียมความพร้อมหากเกินเหตุฉุกเฉิน

ออกเรือมากันหลายลำ ก็เลยต้อง รอมากันให้ครบเพื่อทำพิธี

ทำพิธี โดยพระสงฆ์

เสร็จแล้ว ก้โยนลงไปในทะเลเลย ให้กลายเป็นบ้านของบรรดา ปลาใต้ทะเล

ก่อนกลับ กทม พวกเราแวะไปทาน อาหาร ที่ร้านยายปวด ตามคำแนะนำของใครหลายๆคน

ปลาเค็มผัดกะทิ

ผัดมะเขือ

เป็นร้านเล็กๆไม่ใหญ่มาก ไม่ติดแอร์ แต่ อาหารอร่อยเทพมาก จริงๆ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

มีพบก็ต้องมีจาก หมดเวลา 4 วัน 3 คืน ไปอย่างรวดเร็ว ทริปนี้ เป็นทริป ที่ค่อนข้างแหวกแนวจากที่ผ่านๆมา แต่เป้นทริป ที่มีความสุขมาก ทั้ง จุดหมายปลายทางแต่ละที่ก็สุดยอด เรื่องราวระหว่างทางก็ดี แถมเพื่อนร่วมทางก้เป็นคนแนวเดียวกัน เที่ยวกันได้ไม่มีบ่น

สุดท้ายเรา ก็ขึ้นเครื่องนกแอร์ DD7619 เวลา 19.00 น. กลับ กทม โดยสวัสดิภาพ

จากการที่ผมได้ไปสัมผัส ชุมพร – ระนอง ในแบบ วิถีชุมชน ตลอดสี่วันนี้ ผมรู้สึกว่า
ผมได้มากกว่าการมาเที่ยวเฉยๆ เหมือนก่อนหน้านี้ ทำให้รู้ว่า บางอย่าง ก่อให้เกิดความสุขได้
โดยที่เราแทบไม่ต้องไปไขว่คว้า หรือแข่งขันกันเลย สถานที่บางสถานที่ ไม่ต้อง วิวสวยเทพ
ไม่ต้องไปอยู่ในจุดที่เป็นไฮไลต์ แต่ แค่เรานั่งเฉยๆแล้วมองออกไป เราก้รู้สึกได้แล้วว่า
นี่แหละ คือสิ่งที่เราต้องการ ในเวลานี้ เวลาที่เรา อยากมาพักผ่อน ชาร์ตแบต เติมเชื้อไฟ
ให้กับชีวิต ให้เราได้ฉุกคิดหลายๆอย่างขึ้นมาได้
ดังนั้น ผมจึง ให้ชื่อทริปนี้ว่า “ชุมพร – ระนอง แค่นี้ก็สุขใจ”

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน ชุมพร – ระนอง ที่อำนวยความสะดวกต่าง
ขอบคุณ สายการบินนกแอร์ ที่ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา

#แบกเป้เท่ทั่วโลก
#เมืองต้องห้ามพลาดพลัส
#เที่ยวต่อได้อีกเมือง
#Nokair
#SmilingAcrossAsia

ใครอยากเจอประสบการณ์ดีๆแบบนี้ สอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย TAT Call Center 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.tourismthailand.org 

 

สวัสดีครับ

You Recently Viewed ...

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

วันเดียวเที่ยวแม่เมาะ

Lan Jia Lodge ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ โฮมสเตย์ 5 ดาว ที่ต้องมาลองสัมผัสวิถีชุมชน ที่เชียงราย

Tummeng Travel