Travel ต่างประเทศ

แบกเป้เที่ยวรัสเซีย แบบมนุษย์เมียก็เที่ยวได้ ตอนที่ 2 Saint Petersburg

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ต่อจาก รีวิว ตอนที่ 1 ตามลิ้งค์ http://tummengtravel.com/2017/08/15/russia1/

ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 กลับไปอ่านก่อนได้นะครับ เพื่อ อรรถรส ในการชมรีวิว

หลังจากที่นอนมาบนรถไฟ ค ชั่วโมงจาก มอสโก ผมก็เดินมาถึง เมือง St.Petersberg ในเวลาประมาณ 4.30 น. ก็แบกเป้เดินออกจากสถานี กด Google Map ดูว่าที่พักอยู่ตรงใหน เพราะ ต้องเอาของไปฝาก ที่พักไว้ก่อน เพราะ เขาไม่ให้เชคอิน ก่อน 14.00 น.

ในรูปคือสถานีรถไฟที่เราเพิ่งเดินออกมาครับ ที่พักของเราคืนนี้ อยู่บนถนน  Nevsky ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ของ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก สถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ ที่ อยู่บนถนนสายนี้ครับ

ตอนที่ออกมาเดินนี่ เวลาประมาณ ตี5 กว่า ถนนจะโล่งมากครับ ส่วนใหญ่ คนที่เดินอยู่บนถนน จะเป็นกลุ่มคนที่เพิ่งออกมาจากการเที่ยวผับ จะมีอาการมึนเมา เดินต้องระวังๆกันด้วยนะครับ เพราะ ตลอดทางที่เดินไปจนถึงที่พัก ผมเจอคนมีเรื่องทะเลาะ วิวาท กัน 2 ครั้ง เลย

ถนน เนฟสกี้ (Nevsky Prospekt)

สร้างในปี ค.ศ.1710 ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช โดยมีความยาว 4.5 กิโลเมตร เริ่มต้นที่หน้าพระราชวังฤดูหนาวและสิ้นสุดที่สถานีรถไฟมอสโก จุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมสมัยศตวรรษที่  18-20  ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ปัจจุบันเป็นถนนสายหลักของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นทั้งย่านการค้า ย่านที่อยู่อาศัย ที่ตั้งของพระราชวัง โรงละคร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมาย

เราใช้เวลาเดินหา ที่พักค่อนข้างนาย เพราะ ชื่อที่พัก ที่อยู่หน้าตึก กับ ในเว็ป ที่จองมา คนละชื่อกัน ซึ่ง จริงๆ ที่พักเรา อยู่บนชั้น 4 ของตึกที่เราสงสัย ว่าจะใช่ และ วนไปวนมาหลายรอบ  และแน่นอน ครั้งนี้ พวกผมจองที่พักรัสเซียมาจาก Traveloka เช่นเดิม >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel/russia

ซึ่งที่พักที่เลือกจองชื่อว่า “Friends Life” แต่ที่เห็นนั่นมันชื่อ hostel life  ตอนแรกบ่นกับเพื่อนว่า ทำไมจอง โรงแรม ที่มันหายากขนาดนี้ อยู่ชั้น 4 เข้าออกลำบากอีก ประตูมีเวลาเปิดปิดรึป่าวนี่ แต่พอขึ้นไปถึง สภาพ โฮสเทล ที่นี่ ดีมากครับ สะอาด ห้องเป็นสัดส่วน โดยราคาก็เริ่มต้นเพียงหลักร้อยเท่านั้น

เราแจ้งพนักงานว่าจองมาจาก Traveloka  พนักงาน บอกเช็คอินได้ หลังบ่ายสอง เราจึงบอกว่า จะขอฝากกระเป๋าไว้ก่อน แล้ว จะออกไปเที่ยว กลับมา เช็คอินตอนบ่าย พนักงานก็บอกไม่มีปัญหา ให้เอาเป้ไปเก็บไว้ในห้อง ที่ฝากของ ต้องบอกเลย ว่า พนักงาน เช็คอินที่นี่ ตลอด 3 วัน ผมเจอพนักงาน 3 คน พูดอังกฤษ ได้ระดับดีมากทุกคน  ซึ่งหากใครจะไปเที่ยวที่นี่ และสนใจจองที่พัก Friends Life เหมือนกันก็สามารถเข้าไปเช็คห้องว่างและราคากันได้ที่นี่ >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel/russia/friends-life-1000000471406

ราคาที่จองมา นี่ รวม ผ้าเช็ดตัว เช็ดหัว แล้วครับ บางที่ไม่รวมนะ ต้องจ่ายเพิ่ม

ห้องพักมีทั้งแบบห้องรวม ห้องเดี่ยว แต่ผมคิดว่า น่าจะมี แบบอยู่เป็นเดือนด้วย  มีล็อกเกอร์ให้ เอากุญแจมาเอง หรือ เช่า กุญแจ จากพนักงาน 200RUB ถ้าเอาไปคืน ก็ได้เงินคืน เท่ากับไม่เสียเงิน

อันนี้เป็นสภาพห้องพัก ที่ ผมเข้ามาเช็คอินได้ในตอนบ่ายครับ

เนื่องจาก เช็คอินไม่ได้ ก็ยังอาบน้ำไม่ได้ เลยต้องออกไปเที่ยว ทั้งชุดนอนนั่นละครับ อันดับแรก ที่ตั้งใจไปก็คือ โบสถ์ เซนต์ไอแซ็ค ดูจาก Google บอกให้นั่งเมโทรไปครับ  เช่นเดิม เรายังใช้ แอพเมโทร หรือ แอพ Yandex ได้เพียงแค่กดเปลี่ยนเมือง จาก Moscow เป็น St.Peterburg ก็จะบอกว่าไปสถานีใหนยัง ก็ไปซื้อตั๋ว ที่ตู้ซื้ออัตโนมัติ แต่ที่นี่จะแตกต่างจาก Moscow เพราะ ต้องซื้อเป็นบัตรพลาสติก แล้ว เติมเงินเป็นจำนวนเที่ยว ตามที่เราต้องการ จ่ายเงิน รับบัตร รับเงินทอน ก็ไปไหนมาไหนได้ สะดวกเช่นเดิม

จริงๆ มารัสเซีย อีกสิ่งที่น่าสนใจ คือ สถานีรถไฟ สวยๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ มอสโก หรือ เซนตืปีเตอร์เบิร์ก

ออกจากสถานี เลี้ยวซ้ายไปเรื่อย ประมาณ 400 เมตร ก็จะเจอ  มหาวิหารนักบุญไอแซค( St.Isaac’s Cathedral)

มหาวิหารนักบุญไอแซค (รัสเซีย: Исаа́киевский Собо́р)

เป็นมหาวิหารของศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ที่ตั้งอยู่ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของประเทศรัสเซีย มหาวิหารนักบุญไอแซคเป็นมหาวิหารออร์โธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นมหาวิหารคริสต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ตั้งชื่อตามนักบุญไอแซคแห่งดัลเมเชีย ผู้เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของซาร์ปีเตอร์มหาราช

มหาวิหารแห่งนี้ใช้เวลาสร้าง 4 ทศวรรษตั้งแต่ปี 1818 ถึง 1848 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ออกุสเต เดอ มอนแฟร์แรนด์ ผู้ซึ่งร่ำเรียนมาจากหอศิลป์ของ ชาร์ล เปอซิแอร์ นักออกแบบคนโปรดของนโปเลียน โบนาปาร์ต

ตอนไปถึงยังไปเปิดให้เข้า ก็เลยเดินถ่ายภาพ บริเวณ รอบๆ ไปก่อน ครับ ชมความยิ่งใหญ่อลังกาล

ที่อยู่: St Isaac’s Square, 4, Sankt-Peterburg, รัสเซีย 190000

ความสูง: 102 ม.

เปิดทำการ: พ.ศ. 2401

รูปแบบสถาปัตยกรรม: สถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิก

โทรศัพท์: +7 812 315-97-32

ฟังก์ชัน: อาสนวิหาร

สถาปนิก: Auguste de Montferrand

ด้านหน้าจะมี สวนหย่อมเล็กๆ ให้นั่งพัก บริเวณนั้นได้ครับ

ใกล้ๆ กัน จะมีรูปปั้น ให้ไปถ่ายภาพได้

ที่นี่เราจะเห็น คนรัสเซีย เอาสินค้ามาขาย แบบใส่ หลังรถแวน ไม่ว่าจะของที่ระลึก หรือ กาแฟสด พบเจอได้ทั่วไป ตามสถานที่เที่ยวต่างๆ

เมื่อถึงเวลา เราก็เดินเข้าไปดูข้างในกันครับ ซื้อบัตรเข้าไปชม ราคา 250 RUB  ครับ

ข้างใน ถ่ายภาพได้นะครับ ไม่เหมือนที่อื่นๆ หลายๆที่

แต่จะมีบางจุดที่ห้ามถ่ายนะครับ โดยจะมีป้ายแจ้งเตือนไว้

จากเซนต์ไอแซ็ค เราเดินไปต่อ ยังด้านหลัง โบสถ์ เพื่อจะเดินไปยัง ริมน้ำ ถ่ายตึกสวยๆ และ สะพาน แต่ปรากฏว่า วันนั้น เป็นวัน สถาปนากองทัพเรือ ของรัสเซีย ครับ มีการ ปิดกั้น ไม่ให้เข้าไปในส่วนที่เป็น อาคาร ของทหารครับ

ได้แต่เดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ

เดินลัดสวนหย่อมมาเรื่อยๆ ถ่ายภาพ อาคารสวยๆ รูปปั้นต่างๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อไปยัง hermitage

เดิมมาก็สังเกตเห็นคนมุงอะไรเยอะๆ ที่ริมน้ำ เดินเข้าไปดู ปรากฏว่า เป็น การแสดง เรือประเภทต่างๆ ของกองทัพเรือครับ ก็เลย หยุดถ่ายภาพ ที่นี่นานหน่อย เพราะ นานๆ จะมีโอกาส แบบนี้

สะพานนี้ถือว่าเป็น ไฮไลท์ ของเมืองนี้เลยครับ เพราะ สามารถเปิดยก ขึ้นให้เรือใหญ่ผ่านออกไปยัง อ่าวฟินแลนด์ได้ ครับ

เรือหลากหลายแบบ วิ่งผ่านมาให้ชมกัน ทั้งลำเล็ก ลำใหญ่ เรือดำน้ำก็มีนะครับ

ดุอยู่นาน จนหมดเรือ ก็เดินมายัง ลานหน้า Hermitage ปรากฏ ว่ามีเสียงฮือฮา ดังขึ้นมาอีก หันกลับไปมอง เห็นมี เครื่องบินรบ บินมา ให้ยลโฉมอีกเช่นกัน

ก็ไม่รู้ว่า เป็นแบบไหนบ้าง ก็ยืนถ่ายอยู่ตรงนั้น ใช้เวลาสักพัก

 

พิพิธภัณฑ์แอร์มิทาชhermitage museum

พิพิธภัณฑ์แอร์มิทาช หรือ พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (อังกฤษ: Hermitage Museum; รัสเซีย: Государственный Эрмитаж, Gosudarstvennyj Èrmitaž; ฝรั่งเศส: musée de l’Ermitage) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในประเทศรัสเซีย พิพิธภัณฑ์แอร์มิทาชเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งที่มีงานศิลปะในความครอบครองเป็นจำนวนราวสามล้านชิ้น และพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เก่าที่สุดในโลก งานศิลปะจำนวนมหาศาลตั้งแสดงอยู่ในอาคารหกหลัง อาคารเอกคือพระราชวังฤดูหนาวที่เคยเป็นที่ประทับของซาร์ แอร์มิทาชมีสาขาที่อัมสเตอร์ดัม, ลอนดอน, ลาสเวกัส และแฟร์ราราในอิตาลี พิพิธภัณฑ์แอร์มิทาชได้รับการบันทึกในหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ว่าเป็นหอศิลป์ที่มีงานสะสมมากชิ้นที่สุดในโลก

เปิดให้เข้าชม 10.30 – 18.00  หยุดวันจันทร์ นะครับ วันนี้ยังไม่เข้าข้างใน เพราะ  จากที่ดุพยากรณ์อากาศ วันนี้ จะเป็นวันที่ ท้องฟ้าสดใส เลย ตั้งใจ ไปเดินถ่ายภาพ ตามที่ต่างๆ ด้านนอกไปก่อน

ตัดสินใจ ถ่ายภาพข้างนอกกันก่อน เลยเดินลัดเลาะออกมา ตรงตึกสวยๆ แถว Hermitage

ก็เดินย้อนกลับไป ตามถนน Nevsky prospekt เพื่อไปยัง

โบสถ์คาซาน(Kazan Cathedral) โบสถ์คาซาน (Kazan Cathedral)

มหาวิหารคาซาน ตั้งอยู่บนถนนเนฟสกี้ ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักของตัวเมือง มหาวิหารคาซานทำการสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ตรงกับช่วงปีค.ศ. 1708 ซึ่งแต่เดิมนั้นจัดได้เพียงว่าเป็นโบสถ์เล็กๆเท่านั้น

ภายในโบสถ์มีรูปไอคอนและพระแม่มาเรีย (Our Lady Of Kazan) ที่วาดขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 ซึ่งตรงกับสมัยพระเจ้าอีวานที่ 4 ในช่วงที่กรุงมอสโกก่อตั้งเป็นเมืองหลวง โดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชได้มีพระราชดำรัสให้นำรูปไอคอนและพระแม่มาเรียนมาไว้ที่นี่

ต่อมาในสมัยการปกครองของพระเจ้าปอลด์ที่ 1 ในปีค.ศ. 1800 ได้ทำการสร้างวิหารใหม่ให้เป็นวิหารที่ใหญ่ขึ้น และสวยงามกว่าเดิม เนื่องจากว่าหลังจากที่พระองค์เสด็จประพาส ณ กรุงโรมที่อิตาลีแล้วพระองค์ทรงเกิดความประทับใจในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบ อิตาลี พระองค์จึงได้นำรูปแบบดังกล่าวนั้นมาผสมผสานในการก่อสร้างมหาวิหารหลังใหม่นี้

เข้าฟรีนะครับ แต่ ห้ามถ่ายภาพ ด้านใน ครับ

จาก วิหาร คาซาน เราเดินต่อไปยัง แม่น้ำ Griboedov channel  ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของ Church of the Savior on Spilled Blood หรือ โบสถ์หยดเลือดครับ  ถ้ามอสโก มี St. Basil ที่ เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก   ก็มี Church of the Savior on Spilled Blood ที่เป็นดบสถ์สวยๆ ลักษณะคล้ายๆกัน

โบสถ์แห่งหยดเลือด สร้างให้เป็นเกียรติแด่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ผู้ประกาศเลิกทาส ด้วยความหวังดีต่อประชาชน ปรากฎว่าชาวรัสเซียไม่เข้าใจ เพราะหลังเลิกทาส ชาวนากลับมีความเป็นอยู่ที่จนลง เป็นผลให้พวกชาวนารวมตัวกันว่าแผนปลงพระชนม์ โดยส่งหญิงชาวนาผู้หนึ่งติดระเบิดพลีชีพวิ่งเข้ามาขณะพระองค์เสด็จผ่าน ต่อมาบริเวณถนนที่เกิดเหตุนั้นถูกสร้างโบสถ์ครอบไว้ กลายเป็นโบสถ์หยดเลือดมาจนถึงทุกวันนี้

 

ที่นี่คนจะเยอะกว่า ที่คาซานมากครับ มีร้านขายของที่ระลึกมากมาย

เดินกันมา ค่อนวัน เริ่มเหนื่อย เลยเดินกลับไปยัง ที่พัก เพื่อเช็คอิน อาบน้ำอาบท่า และ นอนเอาแรง เพื่อ เย็นนี้ จะได้ไป เดินถ่ายภาพ ช่วงแสง ทไวไลท์ อีกรอบ

ค่ำๆ เดินออกมา ตามเส้นทางทางนี้ อีกรอบ เพื่อจะเก็บภาพ แต่ คราวนี้ เริ่มเห็นละว่า คน รัสเซีย ออกมาเดินกันเยอะมาก ในช่วงเย็น  ถามถนน Nevsky prospekt

เส้นทาง เดิน เที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ ใน เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ซึ่งรอบเย็น ผมเดินตามเส้นนี้เลยครับ

ตรงจุดทางเข้า โบสถ์หยดเลือด

ตรงจุดนี้ จะเป็นจุดที่ ผู้คน พลุกพล่านที่สุด และเป็นจุดที่ควรระวัง เพราะ มี มิจฉาชีพเยอะมาก  ซึ่ง รุ่นน้องผม ที่ เดินทางมา ที่นี่ อีกกลุ่มนึง โดน ปลดทรัพย์ ที่นี่ครับ ช่วงเวลา ค่ำๆ นี่แหละ โดน พาสปอร์ต เงิน และ เลนส์กล้อง  ร่วมๆ เกือบแสน

ช่วงเย็นๆ ลานหน้า Hermitage museum ก็คนเยอะเหมือนกันครับ มี นักดนตรี เปิดหมวก มีคนมาแสดง เปิดหมวก เยอะเลย

วันนี้ตั้งใจ เดินไปถ่ายภาพ สะพาน และ อาคารริมน้ำ ครับ เพื่อรอจังหวะ สะพาน เปิด

 

รออยู่นานสะพานก็ไม่เปิดสะที จะถามใคร ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เลยได้แต่ เดินถ่ายภาพแถวๆนั้น

หลังจากนั้นก็เดินมาถ่ายภาพ ตรง Hermitage Museum เพราะ เปิดไฟตอนกลางคืนสวยดี

 

มีรถม้าคอยบริการ ให้คนนั่ง ชมวิว บริเวณรอบๆ ด้วยครับ   ระหว่างนั้นก็ได้ข่าวร้าย น้องที่รู้จักกัน ข้อความมาว่า โดยขโมย พาสปอร์ต เงิน และ เลนส์  เลยปรึกษากันว่า พรุ่งนี้ ต้องไป สถานีตำรวจ เพื่อแจ้งเอกสารหาย

วันที่ 2 ใน เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก พวกเราใช้เวลา กว่า ครึ่งค่อนวัน ในการ ติดต่อ สถานทูตไทย และ สถานีตำรวจ  โดยตอนแรกเราไป สถานีตำรวจ แต่ คุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะ สื่อสารอังกฤษ ไม่ได้ พอได้คำแนะนำ ว่าให้กลับไป ที่ โรงแรม แล้ว ให้ โรงแรม โทรหา สถานทูต แล้ว ทาง สถานทูต จะส่ง คนที่พูดภาษาไทยได้ มาช่วยดำเนินการ แจ้งความ เอกสารหาย และ ออกเอกสารแทนพาสปอร์ต เพราะ ต้องใช้ในการขึ้นรถไฟกลับไปยัง กงสุล ที่ มอสโค เพื่อทำ พาสปอร์ต สำรอง เพื่อกลับประเทศ ครับ

เลย มาเดินเล่น ถ่ายผู้คน ริมน้ำอีกวัน

คืนนี้ ตั้งใจ มาปีน ขึ้นชั้นบน ของ วิหาร เซนต์ ไอแซค เพื่อชม เมืองครับ เลยมาวนๆ ถ่าย แถวนี้ก่อน จะปีนขึ้นไป ครับ

เดินหามุมอยู่นาน เพราะ ก่อนหน้านี้ ฝนได้ตกลงมา ในช่วงบ่าย ครับ

การจะขึ้นไป ชมความงามของเมือง บนวิหาร เซนต์ไอแซค สามารถทำได้ โดยการ ไปซื้อตั๋ว จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ ครับ ต้องใช้ บัตรเครดิต ซื้อนะครับ ไม่รับเงินสด พวกผมก็หาวิธีอยู่ตั้งนาน ว่าทำไมซื้อผ่านตู้ไม่ได้  หรือ ใคร จะซื้อกับ เจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ตอนกลางวันก็ได้ ครับ

การจะขึ้นมาบนนี้ จะมี เวลา ให้ขึ้น เป็นรอบๆ นะครับ  ช่วงกลางวัน  ช่วง 22.00-24.00 และช่วง 02-04.00 ซึ่งราคา จะแตกต่างกันออกไปครับ  ช่วงที่พวกผมขึ้น ราคา 400 RUB ครับ

ถ้าขึ้นมาเร็วกว่านี้ คงจะได้ ภาพ สวยๆ มากกว่านี้ครับ มัวแต่ไปเสียเวลา หาวิธี ซื้อตั๋ว อยู่

ตอนเที่ยงคืนกว่าของที่นี่(รัสเซีย) เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

วันนี้ผมวุ่นวายกับการช่วยเหลือน้องที่โดนล้วงกระเป๋า ปลดเอากระเป๋าคาดเอวไปทั้งอัน ไม่คิดว่ามาเจอกับตัวเองเมื่อกี้นี้

ปกติ การมาต่างประเทศผมก็ระวังอยู่แล้ว ยิ่งครั้งนี้เจอน้องมาเล่าให้ฟังยิ่งระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น

เริ่มจากวันนี้ ผมกับเพื่อน สองคน ออกมาถ่ายแสงเย็น แสงทไวไลท์ แถวโบสถ์ เซนต์ไอแซกแล้วมีน้องที่โดนเมื่อวานมาร่วมถ่ายภาพด้วย หลังจากลงมาจากการปีนขึ้นไปบนยอดวิหารประมาณ 23.00

ก่อนกลับห้อง กลุ่มเรา แวะกิน เบอร์เกอร์คิง ผมก็ล้วงกระเป๋าเงินจากเป้กล้องมาใส่กระเป๋าด้านข้างขา ซึ่งเป็นกระเป๋าที่มีตีนตุ๊กแก ปิดอีก ทีนี้ผมจ่ายเงินให้เพื่อนเสร็จก้อหยิบกระเป๋าเงินมาใส่ข้างขา โดยลืมปิดตีนตุ๊กแก ทานเสร็จก็พากันเดินกลับโรงแรม โดยน้องสองคนที่ตามมาจะถึงโรงแรมก่อนพวกผมสองคน. พวกเราจึงเดินกันออกมาสี่คน ก็เดินคุยกันมาเรื่อยๆ ผมกับเพื่อน สะพายเป๋ากล้อง มือนึงถือขาตั้งกล้อง

พอเดินมาจนถึง แถวๆปากทางเข้าโบสถ์หยดเลือด (ซึ่งเป็นสถานที่ที่น้องผมโดนไปเมื่อวาน) โดยมีเพื่อนผม กับรุ่นน้องสองคนเดินนำ

แถวเรียงหน้ากระดาน แต่ผมเดินรั้งท้ายห่างออกมา สองสามก้าว

จังหวะนั้น … ผมรู้สึกว่ามีคนเดินตามหลังมาสองสามคน แต่ไม่ได้สนใจอะไร คิดว่าเป็นนักท่องเที่ยว พอเดินมาถึง ป้ายรถเมล์ เพื่อนผม และน้องสองคนเดินผ่านไป จู่ๆ กลุ่มคนที่นั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ก็ลุกขึ้นและเดินออกมา บังทางผม เพื่อให้แยกจากกลุ่มด้านหน้า ผมพยายามจะเบี่ยงตัวหลบ ตอนนั้นความรู้สึกเหมือนโดนล้อมไว้แบบผิดปกติ

จังหวะนั่นเอง มีผู้ชายคนนึงตัวผอมๆ หน้าออกแขกๆหน่อย พยายามจะเดินเข้ามาชนผมที่ด้านซ้ายมือ ผมยกมือซ้ายที่ไม่ได้ถืออะไรออกไปกันเพื่อไม่ให้ชนชายคนนั้น มาชนผม จังหวะนั้นเองความคิดแว๊บเข้ามาในหัวผมว่า ผมเจอแล้วแก๊งค์มิจฉาชีพแน่ๆ ในเสี้ยววินาทีนั้น ผมเหลือบไปมองด้านขวาของผม ผมเห็นผู้ชายคนนึงถือหนังสือพิมพ์ ในระดับเดียวกับเอวผม พยายามเดินแซงผมมาทางด้านขวาแบบชิดกับผมมาก ผมมองไปที่กระเป๋าข้างกางเกง ผมเห็นว่า มันเปิดอยู่ไม่ได้ปิดตีนตุ๊กแกไว้ ผมเหลือบเห็นมือและมีความรู้สึกว่า มีมือจากผู้ชายด้านหลังที่เดินมาประชิดผมจากด้านหลัง ความรู้สึกเหมือนเวลาเราเล่นฟุตบอลแล้วโดนเข้าข้างหลัง

ทันใดนั้นเอง ผมกระโดดเบี่ยงออกไปด้ายซ้ายเพื่อให้หลบพ้นความรู้สึกว่ามีมือกำลังยื่นมา พร้อมกับวาดมือขวาที่ถือขาตั้งกล้องไว้เพื่อให้โดนมือที่กำลังยื่นมาหาผม เป็นเวลาชั่ววินาทีเดียว นั่นเอง คนกลุ่มนั้นก็แตกออกจากการที่พยายามล้อมผมไว้ เมื่อลงพื้นผมหันไปมองด้านขวาเยื้องไปด้านหลัง เห็นผู้ชายสองคนนั้น ทำหน้าแบบตกใจเล็กน้อย และทำไม่รู้ไม่ชี้อะไร ผมจ้องหน้ามันพร้อมขยับมือที่ถือขาตั้งไว้เตรียมฟาดออกไปได้ทุกเมื่อ แล้วหันไปมองคนทางซ้ายที่ตั้งใจจะมาชนผมแต่ผมกระโดดหลบ เลยไม่โดน มันพยายามชี้ไปที่เท้าของมันแล้วพูดประมาณว่าผมเหยียบเท้าหรือขัดขามัน จังหวะนั้นเอง เพื่อนและน้องที่เดินไปก่อน ทั้งสามคน ได้หันกลับมามองผม และคนกลุ่มนั่นพอดี พวกมันเลย แยกจากกัน และทำเป็นพูดภาษารัสเซียใส่ผม ผมจ้องหน้าพวกมันทุกคนแล้วเดินแหวกออกมาสมทบกับเพื่อน แล้วเดินห่างออกมาประมาณ20 เมตร ผมบอกเพื่อนว่าผมเกือบโดนอะไร ผมหันกลับไปมองกลุ่มพวกมัน ทุกคนยังมองมาที่ผม จ้องกันอยู่สักพัก แล้วผมกับเพื่อนก็รีบเดินจากมา

ผมเดินมาแล้วคิดทบทวน เหตุการณ์ ถ้าผมไม่ระวังผมจะเจออะไร

ผมคิดว่าผมคงจะโดนคนด้านซ้ายชน แล้วผมคงขอโทษขอโพยกัน โดยที่จังหวะนั้นคนด้านขวาคงหยิบเอากระเป๋าเงินผมออกมาแล้วส่งให้คนถือหนังสือพิมพ์ แล้วเดินจากไป ผมคงไม่รู้ตัวแน่ๆ

ผมไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ความรู้สึกแบบสั่นประสาทยังอยู่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ปกติถ้ามาต่างประเทศในประเทศที่มีความเสี่ยง ผมจะไม่ให้คนที่ไม่รู้จักเข้ามาใกล้ผมในรัศมี 1 เมตร ผมจะยืน หรือเดินให้ห่างกลุ่มคน ไว้ก่อน

ต้องขอบคุณความมีสติของตัวเอง ที่รอดเงื้อมิจฉาชีพมาได้

แต่จากการที่มารัสเซีย 6 วัน ผมบอกได้เลยว่า ถ้าเราไม่เข้าไปเดินในเขตอันตราย หรือที่เปลี่ยวๆ มันก็ยังดูปลอดภัยกว่าหลายๆประเทศที่เคยได้ยินมา. ถ้าเรารักจะเดินทางเราไม่สามารถหลักเลี่ยงพวกนี้ได้เราต้องระวังตัวเราให้มากเข้าเข้าไว้เท่านั้นเอง

วันสุดท้าย ใน เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ตั้งใจ จะไปยัง พระราชวังฤดูร้อน หรือ ปีเตอร์ฮอฟ แต่ ปรากกว่า ฝนตกอย่างหนัก ตลอด ช่วงเช้า จนถึง สายๆ  ประกอบกับ ตั้งแต่ มารัสเซีย นี่เดินวันละ 15-20 km ทุกวัน เลย ล้ามาก นอนตื่นมา ก็สาย  เลยอดไป ก็เลย ทำได้แค่ เข้าไปชม ความงามของ Hermitage museum และ พระราชวังฤดูหนาว เท่านั้น

นอกนั้น ก็แค่ มาเดินเล่น ถ่ายผู้คน และนั่งรอเวลา เพื่อจะ ไปขึ้นรถไฟกลับ มอสโก ตอน สี่ทุ่ม ครับ

ในเมื่อ มอสโก ใช้ บัตร ซีตี้พาสได้ แล้ว ที่ เซนตืปีเตอร์เบิร์ก ละ ใช้ได้มั้ย ?  คำตอบคือได้ครับ โดยใช้ ตามนี้ครับ จะคุ้มที่สุด

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

บัตรต้องซื้อ 2 วัน

วันที่ 1

10.00-12.00 ให้เดินทางไปโบสถ์เซนต์ไอแซค (St.Issac) ก่อนเลย ชมทั้งชั้นล่าง และดาดฟ้าของโบสถ์

12.00-13.00 ทานอาหารกลางวัน ที่ร้าน Stroganoff steak house แถวโบสถ์เซนต์ไอแซคเลย

13.00-15.00 ไปชมเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กจำลอง เป็นเมืองจิ๋วๆ ที่ www.grandmaket.ru ลงรถไฟที่สถานี Moskovskie vorota เดินอีก 200 เมตรจากสถานีรถไฟใต้ดิน ที่นี่เป็นสถานีที่ที่น่าสนใจ และเป็นสถานีที่แนะนำจาก Tripadvisor เลยในปี 2016

15.00-17.00น กลับมาที่สถานี Nevsky prospekt แล้วนั่งรถแดง Hop in hop off ชมเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

17.00-21.00น นั่งเรือชมแม่น้ำเนวา แล้วต่อด้วยทานอาหารเย็นที่ Gala Petersburg and the Gulf of Finland ชมอ่าวฟินแลนด์ยามค่ำคืน

วันที่ 2

10.00-11.00 ชมโบสถ์หยดเลือด ใช้บัตรซิตีพาส แลกได้ที่ห้องตั๋วส่วน E ticket

11.00-12.00 ไปที่ท่าเรือหลังวังเฮอร์มิเทจ นั่งเรือไฮโดรฟรอย ไปพระราชวังฤดูร้อน หรือ ปีเตอร์ฮอฟ โดยซิตี้พาส สามารถใช้แลกตั๋วขึ้นเรือได้ทั้งไปทั้งกลับ (ถ้าลืมขอขากลับไปขอได้ที่ช่อง 6 ที่ท่าเรือปีเตอร์ฮอฟ)

13.00-15.00 ชม พระราชวังฤดูร้อน (ตั๋วพระราชวัง ไม่รวมในซิตี้พาส)

16.00-18.00 กลับเข้าเมือง เดินข้ามเกาะไปชมป้อมปีเตอร์ และพอล หนึ่งในป้อมปราการเก่าแก่ของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่ห้ามพลาด ไม่ไกลจากท่าเรือที่ลงขากลับ

18.00-20.00 ไปที่สถานี Nevsky prospekt เดินไปทางซ้ายจากทางออกสถานี 250 เมตร จะเจอพิพิธภัณฑ์ไข่ http://fabergemuseum.ru/

20.00 น ทานอาหารเย็น เดินชมเมือง และกลับเข้าที่พัก

*** วันที่ 3-4 ไม่รวมในซิตี้พาส ***

ให้ไปเก็บ 2 วังที่เหลือคือ Catherine palace และ Winter palace

ในที่สุด เมื่อถึงเวลา เราก็เดินไปขึ้นรถไฟกลับ มอสโก โดยออกจาก เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก 22.00 ถึง มอสโก 04.00 น. หาที่พักนอนเอาแรง และ อาบน้ำอาบท่า

โดยวันสุดท้าย ที่รัสเซีย เรายังมีเวลาเที่ยว ที่ มอสโก อีกครึ่งวัน ก่อน จะ ขึ้นเครื่องบินกลับ บ้าน ด้วย สายการบินไทย บินตรงกลับ สุวรรณภูมิ ไม่ต้องแวะพักที่ไหน พักผ่อนยาวๆไป 8 ชั่วโมง เป็นอันจบทริป รัสเซีย ครั้งแรกในชีวิต แบบ เร่งด่วน มั่ว งง หลงทิศ ข้อมูลน้อย แต่ถือว่าประทับใจมากครับ  ดังนั้น ใครไปเที่ยวรัสเซีย อย่าลืมเลือกที่จะบินตรง กทม-มอสโก กับ สายการบินแห่งชาติ การบินไทย เรานะครับ ไม่ต้องอ้อมไปใหน  บินถึงเที่ยวเลย เที่ยวเหนื่อยแล้ว บินตรงพักผ่อนกลับบ้าน สนใจ เข้าไป ดูราคาได้ที่ www.thaiairways.com   ครับ “บินสบาย จองง่าย จ่ายสะดวก”

สุดท้ายนี้ ของคุณ การบินไทย  Traveloka และ global Wi-Fi  ที่ทำให้ทริปนี้ ราบรื่น ตลอดทริป

ขอบคุณ น้องบอล จาก เพจ my travel foto  ที่ไปร่วม มั่ว งง หลง ทิศ ผิดแผน ด้วยกัน เป็นเวลา 7 วัน 6 คืน ด้วยครับ

 

สามารถติดตาม อัพเดตข่าวสารต่างได้ที่

เพจแบกเป้เท่ทั่วโลก https://www.facebook.com/TummengTravel

อินสตราแกรม  https://www.instagram.com/tummengtravel/

YouTube  https://www.youtube.com/channel/UCh7N87xR-8NLqjDuoRo7DWQ

 

ติดต่องาน  Tel : 0830307514 email: [email protected]

 

 

You Recently Viewed ...

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

Tummeng Travel