Travel ในประเทศ

หน้าฝนแบบนี้…..มาเที่ยวกาญจนบุรีกันเถอะ 3วัน3คืน งบไม่ถึง3 พัน

Rating Chart

5 average based on 1 ratings

  • Excellent
    1
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ทํ า ไ ม ฤ ดู ฝ น ค น ถึ ง เ ห ง า . . .
อ ย่ า ง น้ อ ย ค ว า ม เ ห ง า
ก็ ทํ า ใ ห้ เ ร า ไ ด้ อ อ ก เ ดิ น ท า ง
ค ว า ม เ ห ง า . . .
ก็ เ ป็ น เ ค รื่ อ ง มื อ ที่ ทํ า ใ ห้ เ ร า แ ข็ ง แ ก ร่ ง
แ ล ะ ค ว า ม เ ห ง า . . .
ก็ ทํ า ใ ห้ รู้ ว่ า
” เ ร า เ ค ย รู้ จั ก ค น ที่ มี ค่ า ใ ห้ คิ ด ถึ ง . . . “

Cr. พี่เอกหนีกรุง

coverreview

ย่างเข้าหน้าฝนอย่างเป็นทางการ ของประเทศไทยแล้วสินะ …. เสน่ห์ของหน้าฝน คือ..เราไม่ต้องกังวลว่าฟ้าจะไม่สวย เพราะ ฟ้ามันแทบจะไม่สวยทุกวันอยู่แล้ว

ดังนั้น หน้าฝนมารอบนี้ ผมขอนำเสนอ ที่เที่ยว ของจังหวัดกาญจนบุรี ที่ผมเพิ่งไปมาครับเป็นทริปสั้นๆ เที่ยว ในเมือง – ทองผาภูมิ – เหมืองปิล๊อก-บ้านอีต่อง-สังขละบุรี ครับ

ใครขี้เกียจอ่าน ดุคลิป VDO โลด
https://www.youtube.com/watch?v=gmwult6Rlc4

ใครที่มีแผนจะเที่ยวตามเส้นทางนี้ก็อย่าลืมจองโรงแรมก่อนออกเดินทางจะได้ไม่ต้องตระเวนหาให้เหนื่อย ผมแนะนำให้จองที่พักในกาญจนบุรีราคาประหยัดผ่าน Traveloka  เพราะให้ราคาถูกกว่าที่อื่น
ส่วนตัวชอบที่ราคาที่โชว์ในตอนแรกเป็นราคาที่จ่ายจริง ไม่มีมาบวกค่าธรรมเนียมภายหลังให้วุ่นวายใจ หรือ เสียอารมณ์ อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นส่วนลดโรงแรมอยู่บ่อยๆด้วย
ลองไปดูกันได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/promotion

kanchanaburi

การเดินทางจากกาญจนบุรี สามารถเดินทางได้หลายวิธีครับ เริ่มด้วย

รถไฟไทย – สามารถไปขึ้นรถไฟที่สถานีธนบุรี ช่วงเช้า นั่งรถไฟชใวิวไปเรื่อยๆ ถึงกาญจนบุรีก็ เที่ยงๆ บ่ายโมง หลังจากนั้นก็แล้วแต่ว่าจะไปใหนต่อ กับรถประจำทาง ไปแต่ละสถานที่ท่องเที่ยว

รถโดยสารประจำทาง – สามารถไปนั่งรถโดยสารประจำทางที่หมอชิต โดยสามารถเลือกจุดหมายปลายทางของท่านได้ว่าจะไปลงที่ใหนของกาญจนบุรี

_MG_2843

รถตู้ – อันนี้เร็วสุด ขึ้นรถตู้จาก เสาวรีย์ นั่งไปสัก 2 ชั่วโมงก้ถึง บขส กาญจนบุรี แล้วก็สามารถต่อรถที่นั่นไปตามจุดหมายที่ต้องการ

รถยนตืส่วนตัว – อันนี้สะดวกสุด ขับรถไปเอง กทม- กาญฯ ร้อยกว่าโล ต่อไป ทองผาภูมิ อีก สองร้อยโล ไปกลับใช้ น้ำมันไป 2000 บาท สำหรับ Fortuner 3.0 turbo

_C8A0959

เริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ ผมเป็นผู้โชคดีครับ ต้องเดินทางไปก่อนล่วงหน้าคนเดียว แล้วไปรอพบเจอเพื่อนๆอีก 3 คนจะตามไปเจอที่ อ.เมืองกาญจนบุรี  โดยที่ผม ขับรถเช่า จากบริษัท Hertz Thailand โดยไปรับรถ แถวๆ ถนน สาที แล้วก้ขับมุ่งตรงไปยัง นครปฐม ราชบุรี และ ไป นอนรอเพื่อนๆ ที่ตัวเมืองกาญฯ

_MG_2475

จัดการเซ็นต์เอกสาร การจองรถ ต่างๆนาๆ ก็ออกมารับ รถ  toyota fortuner 3.0 ไใช้ในทริปนี้ครับ

_MG_2478

ซึ่งอันนี้ต้องขอบคุณ ทาง Hertz Thailand ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวของเมืองไทย ให้พวกผมเอารถไปใช้ในทริปนี้ครับ ใครสนใจจะเช่ารถ สามารถติดต่อได้ที่  https://www.hertzthailand.com/

_MG_2481

ผมมุ่งหน้าไปกาญจนบุรี โดยวางแผนคร่าวๆ ดังนี้ครับ

– แวะ ถ่ายภาพที่สะพานประวัติศาสตร์ เดินถนนคนเดินปากแพรก ในเมือง
– เที่ยวปราสาทเมืองสิงห์
– เที่ยว เขื่อน วชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม)
– เที่ยวทองผาภูมิ
– เที่ยวเหมืองปิล๊อก นอนบ้านอีต่อง
– เที่ยวอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
– เที่ยวน้ำตกจ๊อกกระดิ่น
– เที่ยวสังขละบุรี
– ล่องเรือชมวัดจมน้ำ
– ล่องเรือชมทัศนียภาพแม่น้ำรันตี

_MG_2486

ผมขับมาเรื่อยๆ วันนั้นเป็นวันเสาร์หลังวันวิสาขบูชา รถขาออกจาก กทม ค่อนข้างติด ผมก็ขับแวะหาเพื่อน ตาม นครปฐม ราชบุรี ไปเรื่อยๆ เพราะ ไม่ได้รีบร้อนไปใหน ทริปจริงๆ เริ่มพรุ่งนี้หลังจากเพื่อนๆตามมาสมทบที่ กาญจนบุรี มาถึงตัวเมืองกาญฯ ก้เกือบจะค่ำแล้ว เลยแวะ หา โรงแรมนอนซะหน่อย ก็เจอ โรงแรม Hop Inn ซึ่งเป้น โรงแรม budget ราคาไม่แพงมากนัก และมีมาตรของโรงแรม ที่ บริหารงานโดย ดิเอราวัณ กรุ๊ป ซึ่งก็มีกระจายในหลายๆจังหวัด ก็เลยตัดสินใจพักที่นี่แหละ

_MG_2488

ห้องพักก็มาตรฐานไม่มีอะไรมากมาย เพราะ นอนแค่คืนเดียว แต่ที่นี่ มีกาแฟให้ทานตอนเช้าด้วยนะครับ เป้นเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ของเนสกาแฟ ผมลืมถ่ายรูปมาเพราะ ตอนเช้ารีบออกไปรับเพื่อน

_MG_2491

จุดหมายแรกที่ผมตั้งใจ จะไปถ่ายรูปด้วยก็คือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือสะพานประวัติศาสตร์ คือใครๆมากาญจนบุรี ก็ต้องมาถ่ายซะหน่อย เหมือนเป็นแลนด์มาร์กไปแล้ว

_MG_2556

ไฮไลต์ ก้คือการถ่ายภาพกับรถไฟยามที่กำลังวิ่งผ่านสะพานนี้ครับ แต่อยากจะบอกว่า

ดูเวลา และตารางรถไฟให้ดีๆ จะได้ไม่เสียเวลารอรถไฟนานๆ และอย่ายืนเซลฟี่ ขณะรถไฟกำลังวิ่งมา วันก่อนที่ผมไป มีญี่ปุ่นโดนเกี่ยวตกลงไป ซี่โครงหักมาแล้ว

_MG_2514  ผมยืนรอ เก็บแสงทไวไลท์ ยามเย็น กับ วิวสะพานครับ แต่เสียดาย สะพานไม่เปิดไฟไม่งั้น สะพานนี้ จะสวยขึ้นมากมาย และกลายเป้นจุดท่องเที่ยวยามค่ำคืน สร้างรายได้แก่ชุมชนอีกมากมาย _MG_2561

ออกจากะพาน ผมก็ขับรถไปลองเดินเที่ยว ถนนคนเดินปากแพรก ตามคำบอกของ พนักงานที่ โรงแรม Hop Inn ว่า ให้ลองไปเดินดูครับ

kcbr3

_MG_2574 _MG_2593

ที่นี่เขาใช้ชื่อว่า ถนนเก่าเล่าเรื่อง ….เพราะ ที่ถนนนี้ จะมี บ้านเรือนสมัยโบราณ ที่มีประวัติศาสตร์ ต่างๆ เป้นเรื่องราวในอดีต ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เป็นเรื่องที่ให้คนรุ่นหลังได้ ศึกษา ซึ่ง บ้าน หรือ อาคารหลังใหน มีเรื่องราวที่น่าสนใจ จะมีป้ายสีเหลือง มาตั้งไว้ไกล้กับตัวอาคารนั้น เพื่ออธิบาย เรื่องราวความเป้นมาของอาคารนั้นๆ

_MG_2601

เดินถนนเสร็จแล้ว ผมก็แวะมาไป ทานอาหาร ที่ร้าน กาญบุรี ตามคำแนะนำของพนักงานโรงแรม ที่บอกว่า เป็นร้านที่คนกาญจนบุรี จะไปทานกัน ครับ

kcbr

ผมสั่งอาหารไปสามอย่างครับ มีแกงเผ็ดเนื้อพริกขี้หนูสด ยำหอยแครง และ น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด อร่อยทุกอย่างครับ แต่ถ้าให้แนะนำ 1 อย่าง คนชอบเนื้อแบบผม คงแนะนำเมนู แรกเลยครับ อร่อยเผ็ดถึงใจ

หลังจากนั้นผมก็กลับ โรงแรมไปนอน เพื่อจะตื่นเช้าไปรับเพื่อนๆ ที่นั่งรถตามมาอีกที เพื่อเริ่มจุดมุ่มหมายของเราต่อไป

kcbr2

หลังจากรับเพื่อนแล้ว จุดหมายต่อไปคือ ปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่งเป็นทางผ่าน ที่จะไป อ.ทองผาภูมิ อยู่แล้วครับ

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ของประเทศไทยตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยทางทิศเหนือใน เขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีแวดล้อมด้วยทิวเขาเป็นแนวยาวอยู่โดยรอบ ลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลง กว้างประมาณ 800 เมตร หมายถึงส่วนกว้างของเมือง ยาวประมาณ 850 เมตร และกำแพงสูง 7 เมตร มีประตูเข้าออก 4 ด้าน มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ ภายในเมืองมีสระน้ำ 6 สระ

เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับ คนไทย 10 บาทรถยนต์ 50 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 034 585 052-3

_MG_2623

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม ขับมาประมาณ 9 กม. จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม. ท่านจะพบสี่แยก ให้ท่านเลี้ยวขวา ( แยกซ้ายไปบ้านโป่ง ตรงไปคือถ้ำค้างคาว) เพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยกแก่งเสี้ยน ให้ขับไปทาง อ.ไทรโยค ประมาณ 30 กม. จะมีป้ายบอกทางไป อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์ จากนั้นให้ท่านเลี้ยวซ้ายมือ แล้วขับไปอีกประมาณ 10 กม. ก็จะถึง อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์

_MG_2625

ออกจากปราสาทเมืองสิงห์ จุดหมายต่อไปเรามุ่งหน้าไปยัง อ.ทองผาภูมิ แต่ ระหว่างทางที่จะไปนั้น วิวสองข้างทางนั้น สวยงามมากครับ จนพวกผมต้องลงจอดถ่ายภาพกันหลายครั้งเลยทีเดียว

_MG_2657

อย่างที่ หลายคนเคยได้ยินมาครับ “บางครั้งจุดหมายปลายทางก็ไม่ได้สำคัญเสมอไป แต่จงใส่ใจเรื่องราวระหว่างทางให้มากขึ้น”

_MG_2631

วันที่พวกผมไปนั้น ก่อนหน้า คืนนึง ก็ฝนตกหนัก และ ระหว่างเดินทางฝนก้ตกลงมาบางช่วง เพราะเริ่มเข้าสู่หน้าฝนแล้ว  ทำให้ กาญจนบุรี จังหวัดที่มีภูเขามากมาย มีสีเขียว และมีหมอกลอยล่องตามยอดเขา เพราะความชื้อที่เหมาะสม ถ้ามีโอกาสได้ขึ้นไปมุมสูงแล้วถ่ายภาพลงมา คงเห้นเป้นทะเล หมอกเลยทีเดียว

_MG_2652

เมื่อมาถึงยัง อ.ทองผาภูมิแล้ว พวกผมซึ่งยังไม่ได้ จองที่พักใดๆ เลย ก้ลองขับวนๆไปเรื่อยๆก่อน จนขับผ่าน เขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อน วชิราลงกรณ ทุกคนก็พร้อมใจ กันส่งเสียงว่าให้แวะก่อน ก้เลยขับรถเลี้ยวเข้าไปตามป้ายที่บอกว่า ลานกางเต้นท์ จุดชมวิว เขื่อน เมื่อไปถึง ทุกคนก็เจอ บรรยากาศแบบนี้ครับ

_MG_2675

เขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า “เขื่อนเขาแหลม” เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 4 ของไทย รองจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนสิริกิติ์ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ มีลักษณะเป็นเขื่อนหิน ถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร ปริมาตรตัวเขื่อนประมาณ 8.1 ล้านลูกบาศก์เมตร กั้นปิดลำน้ำ ที่มาจากการรวมตัวของแม่น้ำสามสายคือ แม่น้ำบิคลี่ ซองกาเลีย รันตี ทางตอนเหนือในอำเภอสังขละบุรี และถูกปล่อยไปเป็นลำน้ำแควน้อย ที่ถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรี

_MG_2679 _MG_2680 _MG_2687 _MG_2689

เขื่อนวชิราลงกรณ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน เหนือตัวอำเภอทองผาภูมิไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 153 กิโลเมตร ได้เริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2522 และเสร็จในปี พ.ศ. 2527 ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2529 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ทรงประกอบพิธีเปิด เขื่อนเขาแหลมมีความจุที่ประมาณ 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 300,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 760 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

_MG_2692

การเดินทางไปเขื่อนวชิราลงกรณ์
จากกรุงเทพฯ – เขื่อนวชิราลงกรณ์ 278 กิโลเมตร
จากตัวเมืองกาญจนบุรี – เขื่อนวชิราลงกรณ์ 153 กิโลเมตร
จากตัวอำเภอทองผาภูมิ – เขื่อนวชิราลงกรณ์ 6 กิโลเมตร

_MG_2696

จากตัวเมืองกาญจนบุรี วิ่งบนถนนแสงชูโตที่เป็นถนนสายหลัก ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายอำเภอไทรโยค – ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) เส้นทางจะต่อกับเส้น 3272 เข้าอำเภอทองผาภูมิ วิ่งเลยตัวอำเภอไป (ตัวอำเภออยู่ทางขวา) จะมีป้ายบอกทางไปยังเขื่อนวชิราลงกรณ์อีกประมาณ 6 กิโลเมตร

 

_C8A0953

ออกจากเขื่อน ก็ขับรถออกมาที่ถนนใหญ่  สายตาเหลือบไปเห็น ป้ายว่า ว่า ปิล๊อก อีก หกสิบกว่าโล ก็เลย ถามเพื่อนๆ ว่าสนใจไปกันไหม ทุกคนลงความเห้นว่า ลองไปดู เพราะ ตอนนั้น ประมาณ ๅบ่ายสามโมงกว่าๆ ก้ขับรถไปเรื่อย ระหว่างทางเจอจุดชมวิวหลายจุดก็จอดแวะ ลงเก็บภาพ ภูเขา สายหมอก และ สายฝนที่โปรปราย ลงมา ตกๆหยุดๆ สลับกันไป

_MG_2728 _MG_2730 _MG_2733 _MG_2739

หลังจากชมวิวกันแล้ว ก็ออกเดินทางต่อไป โดยตอนแรกตั้งเป้าไว้ว่า จะไปนอน ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  แต่ไม่ได้จองไว้ก่อน ประกอบกับไปถึงก็ไกล้จะค่ำแล้ว แถมเป็นวันหยุดอีก ก็เลยเผื่อทางเลือกว่า อาจจะ นอนกางเต้นท์ ที่อุทยาน หรือ ขับไปนอนที่บ้านอีต่อง ปิล๊อก เพราะ เหลือบไปเห็นป้าย แล้วก็คุ้นๆว่า ที่นี่บรรยากาศค่อนข้างดี เลยขับรถต่อไปอีกตามทางไปเรื่อยๆ ค่อยๆคดเคี้ยวเลี้ยวตามไหล่เขาเข้าไปจนถึง อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แต่ดูแล้ว ฝนตกหนัก ดินชุ่มน้ำ อากาศปิดแบบนี้ นอนกางเต้นท์ คงไม่ดี และไม่มีอะไรให้ดูแน่ๆ

_MG_2742

ขับต่อมาสักพักก็มาถึงจนได้ ปิล๊อก บ้านอีต่อง แต่ มาถึงพร้อมกับ ฝนที่ตกกระหน่ำ จนพวกเราแทบไม่ได้ออกไปไหน หรือ แม้แต่ เวลาที่จะเดินชมบรรยากาศ ทำได้แต่ ออกมาทานอาหาร ที่ร้านแถวๆนั้น สั่ง อาหารพื้นบ้านมาทาน พร้อมกับสั่ง ปูพม่า แต่ปรากฏ ว่า พวกผมไป เป้นเย็นวันอาทิตย์ ปุหมดแล้ว เลยอดกิน

_MG_2771

 

_MG_2760

เราเลือกพักที่ บ้านทานตะวัน โฮมสเตย์ เพราะ บ้านทั้งหลัง มีแค่สองห้อง พวกเราไป สี่คน เจ้าของ คิดราคา 1500 รวมกันทั้งสองห้อง  หลังจากทานอาหารแล้ว ก้ซื้อเบียรืมานั่งกิน พร้อมกับ บรรยากาศ ชุ่มฉ่ำ พร้อมฟังเสียงฝนที่ตกลงมา จนทำให้อุฯหภูมิ ลดลง จนหนาวสั่นเลยครับ

_MG_2762

ตอนเช้าได้ มีโอกาส ออกมาเดินเล่นนิดหน่อย เลยทำให้รู้ว่า การมาเที่ยว บ้านอีต่อง เหมืองปิล๊อก ให้คิดถึง บรรยากาศ เมืองปาย เมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่มี 3G ให้ใช้ บรรยากาศประมาณว่า ชิลล์ เดินช้าๆ ชมวิว ชมวิถีชีวิตไป เรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ

_MG_2763

อันนี้เ่ป้นรถโดยสารประจำทาง ทีวิ่งระหว่าง ทองผาภูมิ มายัง ปิล๊อกหรือบ้านอีต่อง ครับ  สีเหลืองสด นั่งกันหัวคอนเลย

_MG_2775 _MG_2782

ตื่นมา จาก อาการมึนของรสเบียรื บำรุงกำลัง ด้วยไข่ลวก และ ข้ามต้มทรงเครื่องแสนอร่อย จาก บ้านทานตะวันโฮมสเตย์ พร้อม กับ มี ปาท่อโก๋ มาเสริฟด้วย

_MG_2787

เมื่อวานขามา เราเห็นป้ายทางเข้า น้ำตกจ๊อกกระดิ่น แต่ปิดอยู่ เลยว่าจะลองแวะในขากลับ เพราะเห็นป้ายเขียนไว้ว่า ระยะ 2.8 แต่ทางลาดชันมาก

ชื่อของน้ำตกจ๊อกกระดิ่น อาจจะดูแปลกสักหน่อย เพราะได้มาจากภาษาพม่า คำว่า “ก๊อกกระด่าน” และกลายมาเป็น “จ๊อกกระดิ่น” ซึ่งคำว่า “จ๊อกหรือก๊อก” แปลว่า หิน คำว่า “กระด่าน” แปลว่า น้ำตก ตัวน้ำตกตั้งอยู่ในท้องที่หมู่บ้านอีปู่ หมู่ 1 ตำบลบิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ บริเวณนี้เดิมเคยเป็นที่ตั้งของเหมืองแร่ ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2502 เป็นเหมืองฉีดแร่ดีบุก และวุลแฟลมเป็นหลัก และได้หยุดกิจการไปเมื่อปี พ.ศ.2545 ลักษณะของพื้นที่จะกลายเป็นเขาโล่งๆ มีกองหินที่เกิดจากการคัดแยกแร่ ตีนเขาที่พังไปจากการทำเหมือง

_MG_2789

– เริ่มจากถนนสายหลักตัวเมืองกาญจนบุรี ถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปอำเภอไทรโยค – ทองผาภูมิ(หมายเลข 323) ตรงเข้าอำเภอทองผาภูมิ (เส้นทางจะต่อกับเส้น 3272 เลย) วิ่งผ่านตัวอำเภอ (ตัวอำเภออยู่ทางขวา) เลียบอ่างเก็บน้ำในเขื่อนไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร จะถึงสามแยกบ้านไร่-ปิล๊อก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางปิล๊อก จากจุดนี้จะเป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา
– วิ่งเลยอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เลยไปประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นทางลงเขา จะมีป้ายบอกทางทางเข้าน้ำตกทางขวามือ เข้าไปอีก 2.8 กิโลเมตร จากจุดนี้ เส้นทางมีลักษณะเป็นถนนสูงชัน ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น 2 ล้อไม่แนะนำถ้าไม่เจ๋งจริง เมื่อถึงที่จอดรถบริเวณน้ำตก ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกจึงจะถึงตัวน้ำตก

_C8A1010

 

ช่วงที่พวกผมไป เป้นเวลาสายๆ ของวันจันทร์ นักท่องเที่ยวเลยไม่มีเลยสักคน  _C8A1019_2

เลยไปโอกาส ตั้งท่าถ่ายรูป กันอย่างสนุกสนาน

_C8A1020 _C8A1023  _MG_2795 _MG_2802

ออกจาก น้ำตก เราก้มุ่งหน้า ไปยังจุดหมายต่อไป ก็คือ สังขละบุรี แต่ ก่อนถึงสังขละ ไม่กี่โล ก่อนเข้า สังขละ แวะชมวิวแม่น้ำรันตี ไหลผ่านภุเขาสวยๆ ที่จุดตรวจทหาร นะครับ วิวเทพเช่นกัน

_MG_2816 _MG_2833

และในที่สุดก้มาถึงยังสังขละบุรี จุดหมาย ที่พักแรมในคืนนี้ครับ คืนที่ 3

_MG_2848

เรา ขับรถวนหาหาที่พัก สอบถามราคา ไปเรื่อยๆ เพราะ ไม่รีบไปไหนต่อ จนได้ ห้องพักราคา 700 บาท ต่องห้อง ซึ่ง จากที่สอบถามมา ราคาห้องพักจะอยู่ที่ 500- 2000 บาท แล้วแต่ใครจะชอบแบบใหน เมื่อได้ห้องพักที่ต้องการแล้ว เจ้าของห้องพักก้ถามว่าเราจะล่องเรือชมวัดจมน้ำมั้ย  เราก้เลยบอกว่า ไปครับ ทางเจ้าของบอกราคา เรือ เหมาเที่ยวชม 3 วัด ในราคา 500 บาท เมื่อเราตกลง เจ้าของที่พักก็โทรเรียก ให้รถมารับเราไปยังท่าเรือ ก็เป้นรถซาเล้งพ่วงข้าง ตามที่เห้นในรูปนี่ละครับ นั่งกัน 4 คน น้องคนขับมอไซค์ ก้ขับได้เก่งมากๆ

_C8A1102

เมื่อมาขึ้นเรือ ชมความงามของเขื่อน และ วัดต่างๆ ที่กลายเป้นอดีต ถุกน้ำท่วม จมอยู่ใต้น้ำมานับ หลายสิบปี เพราะการสร้างเขื่อน

_MG_2865 _MG_2869

ส่วนไอ่ที่ เรียงหินเรียงอิฐ ให้ได้ เจ็ดชั้น 9ชั้น ก็ไม่รู้ว่าเอาใครเอามาเริ่มคนแรกที่นี่ 555 เพราะจะสามารถเห็นแบบนี้

_MG_2875 _MG_2877

บรรยากาศ อันเขียวขจี ของเขื่อนเขาแหลม หลังฝนตกติดต่อกันมาหลายวัน ถึงแม้ ระดับน้ำยังไม่สูงมากนัก น้ำยังไม่เต็ม

_MG_2888 _MG_2897 _MG_2903

ก็ไม่ลืมที่จะถ่ายภาพเท่ๆ กลางเขื่อนแบบนี้

_MG_2908 _MG_2915 _MG_2927 _MG_2931 _MG_2933

จุดหมาย สุดท้าย ของวันนี้คือ วัด วังวิเวการาม  แต่น้ำยังไม่เยอะ เลยไม่ได้ กลายเป็นวัดจมน้ำ

_C8A1185

ก็เลย เดินคุย คนโน้นคนนี้ หยอกเด็กๆ ที่เพิ่งเลิกเรียน

_MG_2937 _MG_2940

กลับจาก ทัวร์ สามวัด ผมก็มาเดินเล่น ที่ สะพานไม้สังขละ ครับ ก็เดินเรื่อยเปื่อยถ่ายนู้นนี่นั่นไป

_MG_3007

จนมาเจอ เด็กหญิงชาวมอญคนหนึ่ง ที่เข้ามาทักทาย พูดคุย แนะนำอะไรต่างๆให้พวกผมฟัง

ลลิตา เป็นเด็กหญิง เรียนชั้น ป.1 ลูกศิษย์ ครูนุ่มนิ่ม ที่วันนี้แต่งชุดสาวมอญ ออกมาเดินที่ สะพานมอญ สังขละบุรี…..เป็นคนที่พูดเก่งมาก พูดเจื้อแจ้ว ตลอดเวลา ที่พวกผมเดินถ่ายภาพอยู่บนสะพาน
เวลาเราหยิบกล้องมาถ่าย ลลิตา จะ โพสตืท่าต่างๆ ด้วยรอยยิ้ม ที่สดใส เสมอ ….. ไม่มีทีท่าเขินอาย เหมือนเด็กคนอื่นๆวัยเดียวกัน ที่มาเดินเพื่อหาเงินจาก นักท่องเที่ยว ที่มาเดินบนสะพานมอญแห่งนี้
ลลิตา พูดคุยชักชวนพวกเราให้มาตักบาตร ในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ลลิตา เล่าว่า มีพี่สาว อายุ 9 ขวบอีกคน พรุ่งนี้ จะพามาตักบาตร ด้วย และแน่นอน ลลิตา บอกว่า คุณครูนุ่มนิ่ม คนสวย ยังไม่มีแฟน…………….ด้วยนะ

_MG_2954 _MG_2960 _MG_2962 _MG_2965

ตกค่ำ พวกผม ไปตั้งกล้อง รอถ่ายแสงเย็น ถึงแม้ จะรู้ว่า ไม่มีหวัง เพราะ ฟ้าครึ้มทั้งวัน ฝนตกอีก แต่อย่างน้อย น่าจะได้แสงตรงสะพาน ช่วยได้

_MG_2987 _MG_2989

ปรากฏว่า ไม่มีไฟบนสะพานครับ  สอบถาม ได้ความว่า ไฟเสีย มาสองสามวันแล้ว ยังซ่อมไม่เสร็จ  เศร้าไป…..

 

จึงพากัน เดินออกไปหาอะไรกินที่ตลาด สังขละ  ยามค่ำคืน ไปหาของกินที่ตลาดสังขละ มีอาหารมากมายให้ลองชิม อย่าลืมชิม หมูเสียบไม้ต้ม อาหารพม่า จิ้มกับน้ำจิ้มรสชาติ พม่า ….ไม่รับรองความอร่อย แต่ ลองเถอะจะได้รู้

_MG_2990

เช้าของวันใหม่ วันสุดท้ายของทริป พวกผมพากันตื่นแต่เช้า เพื่อไปรอตักบาตรวิถีชาวมอญ ซึ่ง นักท่องเที่ยว หลายคน ที่มาที่นี่ เลือกที่จะทำกัน

ถ้าเราซื้อของที่จะตักบาตร จะเป็นพวกอาหารแห้ง

_MG_3019

แต่ถ้าชาวมอลแท้ๆ จะตักบาตร ข้าวสวย และอาหารสุกครับ

_MG_3025

พระจะมารับบาตร ในถนนของหมู่บ้านชาวมอล นักท่องเที่ยวจะมาเข้าแถวรอกันยาวเหยีด

_MG_3030 _MG_3034

สายๆ หน่อย มาให้กำลังใจ น้องมืด แห่งบ้านสังขละ ที่จะโชว์กระโดดน้ำ จากสะพานไม้ ที่สูง เกือบ 30เมตร ดูแล้ว จ่ายเงินค่าเสี่ยงชีวิต ให้น้องมืดด้วยนะ

_MG_3049 _MG_3060 _MG_3070

หลังจากนั้นก็กลับไปอาบน้ำ เตรียมตัวกลับ ก่อนกลับก็แวะ ไปไหว้พระ และซื้อของฝาก ที่วัดหลวงพ่ออุตะมะ กันสักนิด

ระหว่างทาง ก้จอดรถตรงสะพาน แอบส่องไปยัง สะพานไม้ จริงๆ ควรจะเป้นมุมที่เห้นพระอาทิตย์ขึ้น แต่ อย่างที่บอก ฝนตก ฟ้าครึ้มตลอดทริป

_MG_2993 _MG_2994 _MG_3005

_MG_3076

เป็นอันจบทริป เที่ยวกาญจนบุรี หน้าฝน 3 วัน3 คืน ของผม โดยมีค่าใช้จ่าย คร่าวๆ รวมค่าน้ำมัน (หาร4คน) ประมาณ 3000 บาท สพหรับผมคนเดียว เพราะ เพิ่ม ค่า รร ในเมืองกาญ และ อาหารมื้อเย็น อีก ส่วนเพื่อนผม 3 คน หมดคนละ 2200 บาท ครับ

หากใคร จะตามรอยทริปนี้ ก้สอบถามข้อมูลมาได้ครับ

สวัสดี

_MG_2477end

 

 

 

 

You Recently Viewed ...

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

Tummeng Travel