Photo Travel ล่าสุด ในประเทศ

เชียงรายในสายหมอก / Tour of Chiangrai

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

 

                     ย่างเข้าสู่หน้าหนาว ก็คงไม่มีอะไร จะฟินไปกว่า วางแผนไปเที่ยวทางภาคเหนือของไทยใช่ใหมครับ และ แน่นอนว่า จังหวัดเชียงราย เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่หลายๆคน อยากมาเยือน ในช่วง ปลายปี ถึง ต้นปี เพราะ ทุกคนต้องการอากาศหนาว และ ชมความงามของ หมอก และ ทัศนียภาพ อันสวยงาม ของ ขุนเขา ดอกไม้ และ สายน้ำ

                   เมื่อ ประมาณ กลางเดือน ธันวาที่ผ่านมา ผม และเพื่อนๆได้มีโอกาส ไปเที่ยวเชียงรายครับ เพราะ ได้รับการเชิญชวน จาก การท่องเที่ยวไทย สำนักงาน เชียงราย ให้ มาชมงาน ปั่นจักรยาน Tour of Chiang Rai 2016  ซึ่งเป็นการปั่นจักรยาน ทั้งระยะ สั้นและระยะยาวครับ  งานนี้เลยไม่พลาดโอกาส รีบชวนเพื่อนๆ อีกสองคน ออกเดินทางไปเชียงราย เพื่อเตรียมตัว ทำงาน และ เที่ยวต่อด้วยครับ

ใครขี้เกียจอ่านยาวๆ สามารถเข้าไปชม ที่ VDO ก็ได้ครับ

https://www.facebook.com/MytravelFoto/?fref=ts 

โดยคืนแรก เราเข้าพักที่ สิงห์ปาร์ค เชียงราย  ใช่แล้วครับ ตอนนี้ ที่ สิงห์ปาร์ค มี ที่พักด้วย แต่เป็นแบบ นอนเต้นท์ ในไร่สิงห์เลยนะครับ ซึ่งจะเปิดบริการแค่ช่วง หน้าหนาวเท่านั้น (พย-กพ) โดยที่พัก เป็นเต้นท์ขนาดนอน 2 คน 3คน และ มีรถบ้านอีก 2คัน

ภายในเต้นที่ที่นอนหนานุ่ม และ ไฟสำหรับแสงสว่าง เท่านั้น ไม่มีปลั๊กให้ครับ แต่ถ้าใครอยาก ชาร์ตแบตต่างๆ ทางสิงห์ปาร์ค จะมี Power bank ขนาดความจุ 30000mA ให้ครับ และ ในเต้นก็จะมี ขนม น้ำ และเบียร์ ให้ด้วย

สำหรับห้องน้ำ และ ห้องอาบน้ำ เป็นแบบใช้ร่วมกันที่ส่วนกลาง แต่ห้องน้ำ ทำดีมากสวยมาก และ กว้างขวางสะดวกสบาย เหมือนห้องน้ำ ออนเซน ใน ญี่ปุ่นเลย แถมยังมีคนดูแลตลอด 24 ชม.

ที่พักทั้งแบบเต้นท์ และแบบรถบ้าน จะขายเป็นแพ็กเกจ 2D1N หรือ 3D2N ครับ  โดยจะรวม อาหาร ทุกมื้อ และ กิจกรรมทุกอย่าง ใน สิงห์ปาร์คไว้ด้วย เช่น Zip line ปั่นจักรยาน นั่งรถชมสวน ชมสัตว์ เก็บชาตอนเช้า ปีนผาจำลอง ซึ่งราคา อาจจะสูงไปหน่อย แต่ถ้าคนที่เล่นกิจกรรม ครบ ก็ถือว่าคุ้มครับ   โดยอาหาร มีทั้ง ทานที่ ร้านภูภิรมย์ และทาน แบบ บุฟเฟต์ BBQ ที่ลานกางเต้นท์ครับ

เริ่มวันแรก พวกเรา เริ่มจากการตื่นแต่เช้า ออกมาหน้าเต้นท์ เพื่อชม บรรยากาศ ยามเช้า ใน สิงห์ปาร์ค ที่ มีดอกไม้ ทุ่งหญ้า และ สายหมอกจางๆ ไหลเอื่อยๆ ก่อนที่พระอาทิตย์ จะ โผล่ขึ้นมาทักทาย เช้าวันแรก ของทริป ทัวร์ ออฟ เชียงราย ของเรา

เต้นท์ที่เรานอน กางอยู่ บริเวณ ด้านในเกือบสุด ของไร่สิงห์ แต่ด้านหน้าเต้นท์ จะเป็นทุ่งดอกดาวกระจาย หรือ ดอก Cosmos

เดินออกมาหน่อย จะเป็น ลานทุ่งหญ้า ที่ ทาง สิงห์ปาร์ค เอาไว้จัดกิจกรรมต่าง ไม่ว่า งาน สิงห์เฟสติวัล หรือ งานบอลลูน งาน คอนเสิร์ต ต่างๆ

เรารีบเดินออกไปด้านหน้าทางเข้า เพื่อไปให้ทันกับ แสงพระอาทิตย์ยามเช้า ที่สาดส่องเข้ามายัง สัญลัณษ์ ของ สิงห์ปาร์ค คือ รูปปั้นสิงห์ตัวใหญ่ สีทองตัวนี้

ยามเช้า ที่สิงห์ปาร์ค ก็เริ่มมีคนมาปั่นจักรยานออกกำลังกันบ้างแล้วครับ เพราะ ปกติ ใครก้สามารถเอาจักรยานมาปั่นได้ครับ ทาง สิงหืปาร์ค ทำทางจักรยานไว้ให้ปั่น ครับ

กลับมาทานอาหารเช้าแล้ว ก็เริ่ม ออกไปสำรวจ ส่วนอื่นของ สิงห์ปาร์คกันครับ

สายๆ เราออกไป ทดลองกิจกรรม ยอดฮิตของ ที่นี่กันครับ นั่นคือ Zip line ซึ่งปกติ จะมี  5 ฐาน  ด้านนอก 1 ฐาน และ ด้านใน 4 ครับ ปกติ คนทั่วไป ที่ไม่ได้พักในสิงหืปารืค จะเล่นแค่ฐานด้านนอก จามในรูปครับ

ส่วนพวกผมเลือกที่จะไปเล่นที่ สี่ฐานด้านในครับ

แอบมีเสียวบ้างเล็กน้อย ตรงที่ บางฐาน ถ้าลมแรง เราอาจจะค้างอยู่กลาง สลิง เจ้าหน้าที่ ต้อง ห้อยโหนไปรับเรากลับเข้ามาครับ แต่ที่เหลือ เล่นได้ ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ครับ

ช่วงบ่าน ก็ถึงเวลาเริ่มงานกันบ้างครับ  วันแรกเป็นการปั่นแบบ จับเวลา ปล่อยทีละคัน ห่างกัน 1 นาที เพื่อจับเวลา โดยเป้นการปั่นภายใน สิงหืปาร์ค นี่แหละครับ

ไม่มีอะไรมาก แปบเดียวก็จบ สเตรท แล้ว ตกเย็น ผมก็เดินเล่นเก็บแสงเย็นสวยๆ ท่ามกลางดงดอกไม้ภายใน สิงห์ปาร์ค ไปจนหมดแสง ของวันครับ

คืนที่สอง เราย้าย ที่นอนครับ เนื่องจาก เราได้ จองที่พัก น่ารักๆ สุดฮิปไว้  ซึ่งอยู่ห่างจาก สิงห์ปาร์ค แค่ 300 เมตร เท่านั้นเอง เราพักกันที่ “Ma non nee Bed and Breakfast” หรือ มานอนนี่ โฮเทล เป็น โรงแรมเล็กๆ ที่มีห้องแค่ 8 ห้อง เท่านั้นเอง แต่ การตกแต่ง เป็นแบบ อินดัสเทรียล สไตล์ ผสม บูติค มีสนามหญ้า และ ร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ภายใน บริเวณ โรงแรม ครับ  ห้องพักก็ตกแต่งน่ารัก และ ห้องกว้างขวางดี ครับ เพิ่งเปิดได้ไม่นาน 

เป็น โรงแรมเล็กๆ ที่น่าประทับใจ มากครับ ราคา ก็ไม่ได้แพงมาก  800-1500 บาท แล้วแต่ ช่วง ฤดูกาล ครับ

ใครสนใจ จองที่พัก สามารถติดต่อได้ที่ https://www.facebook.com/Manonnee.chiangrai

มื้อค่ำ วันนี้ เราไป ทานกันที่ ร้านที่ คนชอบสะสม ฟิกเกอร์ ต้องร้องว้าว…… เพราะ ร้าน Figure and ground เป็นร้าน อาหาร กึ่งร้านกาแฟ ประดับตกแต่งด้วย ฟิกเกอร์ ต่างๆ หลายร้อยตัวครับ ใครสนใจ จองโต๊ะได้ที่ https://www.facebook.com/FGChiangrai

เครื่องดื่มที่เป้น ซิกเกเจอรื ของร้าน ชื่อ ฮักเชียงราย ที่ควรสั่งมาลิ้มลอง อย่างยิ่ง

ส่วนอาหารมีทั้ง อาหาร ญี่ปุ่น ไทย และ ฝรั่ง ครับ เปิดบริการ ทุกวัน 11.00-22.00 น. ครับ มีดนตรีสด เล่นให้ฟังด้วย

วันที่สอง วันนี้ เป็นการปั่น ระยะกลาง ประมาณ 70 Km ครับ โดยเส้นทางปั่น ก็จะมี วิ่งผ่านแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของเชียงราย หลายที่ ตลอด การปั่น 70 km นี้

ออกปั่นกันแต่เช้า 7 โมง  เส้นทางนี้ ปั่นผ่านวัดร่องขุ่น สถานที่ท่องเที่ยวดัง ของเชียงรายด้วยครับ

แล้วก็มาผ่าน บ่อน้ำพุร้อน ห้วยทรายขาว

ใกล้ๆกัน ก็มีวัดที่สวยงาม แปลกตา อีกวัด ที่ น่าแวะชม ชื่อ วัด ห้วยทรายขาว ครับ มีความพิเศษ คือ จะมีรูปปูนปั้นต่างๆ มากมาย ให้ชม

ก่อนจะกลับเข้า สิงห์ปาร์ค ในเส้นทาง จะผ่าน 1ใน9 สิงศักดิ์สิทธ์ ของเชียงราย นั่นคือ พระธาตุจอมหมอกแก้ว 1 ใน 9 พระธาตุที่อยู่ใน โปรแกรม ไหว้ พระธาตุเก้าจอม ของเชียงราย ครับ

เป็นอันจบ ทริปปั่นวันที่สอง ครับ และพวกเราก้ย้าย ที่นอนกันอีกครั้ง ครั้งนี้เราได้ ย้ายมานอนยัง บ้านไม้แบบ โบราณ ที่ แปลง สภาพ ให้เป็น ร้านอาหาร และที่พัก ที่ ชื่อ Jazz Happen Chiang rai ครับ โดย มีการนำวงดนตรี แจีส หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาเล่น ที่นี่ ทั้งมาจาก กทม และ ในเชียงรายครับ  ทานอาหารไป นั่งฟังเพลงแจ๊ส ในสวน ของบ้าน บรรยากาศดีมากครับ

เพลงเพราะๆ ในบรรยากาศดีๆ ยิ่งทำให้อาหาร อร่อย มากขึ้นอีกหลายเท่านัก ใครสนใจ อยากไป ฟังเพลงเพราะ ติดต่อได้ที่นี่ครับ

https://www.facebook.com/jazZhappensChiangRai

คืนนั้นเรานอนกัน พร้อมฟังเพลงแจ๊ส บรรเลงไป เรื่อย จนถึง 23.00 น. แล้วก็ตื่นเช้า มา เริ่มถ่ายงานปั่น วันที่ 3 ซึ่งเป็น เส้นทางปั่นระยะยาว 125 km ครับ โดยเริ่มสตาร์ท จาก สิงห์ปาร์ค ไปจบ ที่ ดอยตุง โดยผ่าน หลาย อำเภอ ทั้ง เวียงชัย เวียงเชียงรุ้ง เชียงแสน แม่จัน

เราไม่สามารถจามถ่ายได้ตลอดทาง ได้แต่ ไปดักยังสถานที่ ท่องเที่ยวใกล้ๆ เส้นทางที่ นักปั่นจะผ่านมา เป็นระยะๆ เท่านั้นเอง เริ่มจาก ใกล้ๆ ห้าแยกพ่อขุนเม็งราย  เรา สามารถแวะไปเที่ยว วัดร่องเสือเต้น เป้นอีกหนึ่งวัดที่ กำลังเป็นที่ นิยม มาเที่ยว ถ่ายรูปกันมากขึ้น เพราะ ตัววัด ทาสี น้ำเงิน ตัด กับสีทอง ลายปุนปั้น สวยงามยิ่งนัก และพระธาน หินอ่อน องค์สีขาว ตัดกับผนังสีน้ำเงิน เด่นเป็นสง่า ลวดลายภายใน เป้นภาพเขียนประวัติ และ นิทานชาดก เรื่องต่างๆ

ถัดไปอีกหน่อย ก็เป็น บ้านดำ ของอดีตศิลปิน ผู้โด่งดัง ของเมืองไทย อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี ซึ่งเสียชีวิตไปไม่นาน และ ได้มี คุณต้อย หรือ คุณดอยธิเบศ มาสานต่อเจตนารมณืของพ่อ แทน

ออกจาก บ้านดำ เราวิ่งเข้าอำเภอแม่จัน ไปยังอำเภอเชียงแสน เพื่อไปยัง แหล่งท่องเที่ยวใหม่ยอดฮิต ในช่วงปีที่ผ่านมา คือ ดอยสะโง้ หรือ โครงการหลวงดอยสะโง้ ที่ดอยสะโง้ เป็นภูเขาไม่สุงมากนัก มีชนเผ่าลาหู่ อาศัยอยู่ และ มีโครงการหลวง มาสนับสนุนให้ ปลูก ดอกคาโมมายด์ และดอกเก๊กฮวย แทนการปลูกฝิ่น และ ได้มีการปรับ ให้มีจุดชมวิว สามแผ่นดิน และ ชมทะเลหมอก จากแม่น้ำโขง มีการสร้างบ้านพัก และลานกางเต้นท์ รอรับนักท่องเที่ยว

 

ออกจากดอย สะโง้ ก็มุ่งไปยัง เส้นชัย หรือ จุดหมายปลายทางของ นักปั่น ที่ดอยตุง ครับ ซึ่ง ช่วงที่ผมไป ดอยตุงได้ มีการจัดงาน สีสันแห่งดอยตุงสือสานบันดาลใจ มีการ ออกบูท ร้านค้าต่างๆ มีการ สาธิต โครงการต่างๆ ของดอยตุง ทำให้ ช่วงนี้ คนมากเป็นพิเศษ

เมื่อจบงานที่ดอยตุง จบการแข่งขัน  วันนี้ เรา ก็มุ่งหน้า ขับรถ เกือบ สองร้อยโล เพื่อ ไปยัง อำเภอเวียงแก่น เพราะ เรามี จุดหมาย ที่ ภูชี้ดาว และ ภูชี้เดือน สถานที่ ยอดฮิตติดตลาด ของเชียงราย เวลานี้ ระหว่างทาง ก็หลับๆตื่นๆ ใกล้ค่ำแล้ว ก็ยังไม่ถึง อำเภอเวียงแก่น แต่ เห็นว่า แสงสวย พระอาทิตยืตกสวยเลย แวะ ถ่ายภาพระหว่าง กันสักหน่อย

เราค้างคืนที่ ตัวอำเภอเวียงแก่น เพราะ เราไม่ได้จองห้องพักข้างบน และ เราไม่อยากไปเบียดกัน แย่งกัน กิน บนภูชี้ฟ้า เพราะ ช่วงวันหยุด คนจะเยอะเป็นพิเศษ เราเลือกนอนข้างล่าง แล้ว ตื่นเช้ากว่า นอนข้างบน หนึ่งชั่วโมง   โดยเรา ตื่นกัน 4 เพื่อขับรถไปยังภูชี้ดาว  เพื่อต่อรถสองแถว ตอนตีห้า ขึ้นไปยังยอดภูชี้ดาวครับ เราขึ้นไปถึงเป็นกลุ่มแรกๆ ผู้คนยังไม่เยอะ ก็สามารถตั้งกล้องถ่ายภาพดาว และยอดของภูชี้ดาวได้

พอเริ่มสว่าง ผู้คนก็เริ่มมากขึ้นตามลำดับ การตั้งขาตั้งถ่ายเริ่มเกะกะ ก็เลยหยุดถ่าย แล้วเดินไปถ่าย มุมอื่นๆ ถ่ายทะเลหมอก

เสียดายวันที่ไปนั้น พระอาทิตย์ขี้อาย แอบอยู่หลังเมฆ ไม่เห็นเป็นดวงกลมๆ ได้แต่สาดแสงสรทองออกมาผ่านเมฆจางๆ

จากภูชี้ดาว ใกล้ๆ กัน ก็มีแหล่ง ชุดวิวสวยๆ เปิดใหม่ เมืีอวันที่ 4 พย ที่ผ่านมา นั่น คือ ยอด ภูชี้เดือน ทางขึ้นห่างจากภูชี้ดาว แค่ 1 km การขึ้นไปต้องอาศัย รถ 4×4 เท่านั้น และต้องจ้างรถจากชาวบ้านแถวนั้น ที่เป้นผู้ชำนาญทาง ขับขี่ขึ้นไป เพราะ ทางอันตราย กว่าภูชี้ดาวอีกครับ แต่ยอดภูชี้เดือน ก็สวยอีกแบบหนึ่งครับ หมอกหนามาก เห็นยอดเขาโผล่พ้นทะลุ ทะเลหมอกขึ้นมา หลายลูกมาก ทั้งเล็ก และใหญ่

จากภูชี้เดือน เราก็เดินทางกลับ ก่อนกลับ เราแวะ ดอยผาตั้ง เพื่อเก็บภาพ ทะเลหมอกครั้งสุดท้าย ก่อนจะตรงดิ่งกลับมาขึ้นเครื่อง เพื่อกลับ กทม เป็นการจบทริป เที่ยวเชียงราย ในสายหมอก โดยสมบูรณ์

ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน เชียงราย ที่ เชิญ เราไปพบกับ ความสวยงามของเชียงราย ตามเส้นทางต่าง ของการปั่นจักรยาน เที่ยว และขอบคุณ เพื่อนร่วมทริป ที่ อดหลับอดนอนตื่นเช้าไปเก็บหมอกด้วยครับ

 

ก่อนจบรีวิว อยากขอนำเสนอ ร้านค้าประชารัฐสุขใจ” ซึ่งจะมี ในปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศหลายแห่ง สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในร้านค้าประชารัฐสุขใจนั้น สสว.ร่วมกับกรมพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้คัดเลือกสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของแต่ละจังหวัด เพื่อนำมาวางขายในร้านค้าประชารัฐสุขใจ ประจำจังหวัดนั้นๆ ส่วนสินค้าที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือก เพราะอาจมีข้อจำกัดด้านคุณภาพของตัวสินค้า หรือ Packaging สสว.จะช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยในพื้นที่ กระทรวงอุตสาหกรรม พช. เป็นต้น เพื่อช่วยพัฒนาและปรับปรุงตัวสินค้า

หากต้องการข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมเราสามารถไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

TAT Call Center 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.tourismthailand.org

หากใคร อยากมาเจอบรรยากาศแบบนี้ หน้าหนาวยังอีกหลายวัน ลองมาเที่ยว เชียงรายดูครับ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านรีวิวนี้

ท่านสามารถติดตาม อัพเดตข้อมูลข่าวสารต่างๆได้อย่างรวดเร็วเพัยงกดติดตามที่ เพจ แบกเป้เท่ทั่วโลก

www.facebook.com/tummengtravel

instagram : tummengtravel

 

 

 

 

 

 

 

You Recently Viewed ...

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

Tummeng Travel