Lifestyle ต่างประเทศ ล่าสุด

6 วิธีเตรียมตัว ไปเที่ยวจีน แบบไร้กังวล

Rating Chart

4 average based on 3 ratings

  • Excellent
    1
  • Very Good
    1
  • Average
    1
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวไปยังประเทศจีนหลายๆคนคงมีความรู้สึกกังวลและหวั่นใจไม่มากก็น้อยใช่ใหมครับ แต่ประเทศจีนนั้นกลับมี ทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติ และ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แบบอลังการมากมาย กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ แต่ด้วยเสียงลือเสียงเล่าอ้าง บอกกันมาปากต่อปากเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องเผชิญเมื่อเดินทางไปยังประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็น ห้องน้ำ,อาหาร,และสาธารณูปโภคหลายๆอย่าง ที่ไม่สะดวกสบาย ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะเดินทางไปเที่ยวประเทศจีน

 

และในไม่กี่วันที่จะถึงนี้ ผมและเพื่อนๆ กำลังจะเดินทางไปเที่ยวประเทศจีน ในแถบทิเบตนอก ของมณฑลเฉิงตู ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ ที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญของจีนมากกว่าปกติ เพราะ อยู่เกือบติดทิเบตเลยทีเดียวบนความสูง 3800 – 4800 เมตร  ดังนั้นวันนี้ผมจึงถือ โอกาสมาแนะนำ วิธีที่จะเที่ยวจีน ได้แบบสบายใจไร้กังวลกับ วิธีการต่างๆเหล่านี้ครับ

  1. อันดับแรกเราต้องหาจุดหมายที่เราจะไปและ จองที่พัก     ให้เรียบร้อยก่อนเดินทางเพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าในแต่ละคืนเราจะสามารถไปหาที่พักเอาข้างหน้าได้ใหม ซึ่งการจองออนไลน์ล่วงหน้าดีที่สุด โดยปกติผมจะจองทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน  Traveloka  ไม่ว่าจะเป็นการจองผ่านเว็ปไซต์ https://www.traveloka.com/th-th/  หรือจองผ่านแอปเลย เหตุผลหลักๆ ที่ผมจองกับ Traveloka ก็คือ ราคาที่เราเห็น คือ ราคาที่เราต้องจ่ายจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆอีก

  • วิธีการจองก็ง่ายๆเริ่มจากจองตัวเครื่องบินที่เราต้องการจะไปลงยังจุดหมายปลายทางก่อน แล้วเลือกวันเดินทาง  อย่างทริปนี้ เราเลือกที่จะไปลงยัง เมืองฉงชิ่ง ก่อนเป็นอันดับแรก ก็ลองค้นหาดูจะขึ้นมาให้เห็นหลากหลายสายการบินให้เลือกทั้งของไทยและต่างประเทศ แน่นอนเดาไว้ไม่ผิดว่า สายการบินที่ราคาประหยัดที่สุดต้องหนีไม่พ้น Air Asia เป็นอันดับแรก ในภูมิภาคนี้  คือการเดินทางไปจีนนั้น ส่วนใหญ่ โซนทางใต้นั้นนั่งเครื่องกันแค่ ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น ดั้งนั้น หากอยากประหยัดงบ การนั่ง สายการบินราคาประหยัดก็เป้นอีกทางเลือกที่ดี อย่าง ไทยแอร์เอเชีย นั้น ก็มีบริการทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม ที่เราสามารถสั่งซื้อบนเครื่องได้ ซึ่งใครสนใจจะจองตั๋วเครื่องบิน Air Asia กับ Traveloka ก็ลองคลิกไปเช็คราคากันได้ที่นี่เลยครับ >>  https://www.traveloka.com/th-th/airasia

 

  • ต่อมาเราก็เลือกจองที่พัก ยังเมืองต่างๆ ที่เราวางแผนที่จะนอนไว้ โดยเรามารถเลือก เรทราคาที่เราต้องการได้ เลือกจำนวนดาว หรือเลือกสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

 

 

การจองที่พักในจีนเราต้องเลือกดีๆ เพราะบางที่ ที่เราไปนั้น อากาศหนาวมากน้อยแค่ใหน ต้องดูว่า ในที่พักมี ฮีทเตอร์ใหม มีน้ำอุ่นใหม มี wifi ไหม ต้องเลือกให้ดี เราเป็นคนที่อยู่ในประเทศโซนร้อน แต่บางพื้นที่ของจีน นั้นหนาวถึงขึ้น ต่ำกว่า ศูนย์องศา คนพื้นที่อาจจะเคยชินแต่เรานั้นอาจจะทนไม่ไหวแน่นอน ยังไงก็ลองเช็คกันดูดีๆ ก่อนกดจองเข้าไป และทั้งนี้ทาง Traveloka เค้าก็มีที่พักที่จีนให้เลือกด้วยเช่นกันครับ ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ฉะนั้น ใครจะไปจีนแนะนำให้ลองกดเข้าไปดูที่พักกันก่อนได้ที่นี่ https://www.traveloka.com/th-th/hotel/china เลยครับ

2. การเตรียมเสื้อผ้า แต่เครื่องแต่งกายให้เหมาะสม

แน่นอน ประเทศจีนนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีทั้งเขตอากาศร้อน ไปจนถึงเขตอากาศเป็นหิมะ หรือมีแม้กระทั้งทะเลทราย  ดังนั้น ขั้นแรกที่ควรทำก็คือเช็คก่อนว่าจุดหมายที่เราจะไปนั้นอยู่ในฤดูอะไร ในประเทศจีน ปกติแล้ว ฤดูหนาวจะเริ่มราวเดือนธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์ ส่วนฤดูใบไม้ผลิจะมาในเดือนมีนาคมถึง พฤษภาคม (เป็นช่วงฝนด้วย) ถัดจากนั้นหน้าร้อนในช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคม ที่จะอากาศร้อนและแห้งแล้งมาก ๆ  และสุดท้ายเข้าฤดูใบไม้ร่วง ราวๆ เดือน กันยายน – พฤศจิกายน

และช่วงที่ผมไปนั้น เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งอาจจะเจอฝน และ ในบางพื้นที่ ที่ผมไป นั้นสูงระดับ 4000 เมตร ก็จะเจออากาศที่หนาวเย็นเกือบ ศูนย์องศา ดังนั้นผมต้องเตรียมเสื้อผ้าไปทั้งสองแบบ นั้นคือ แบบแห้งเร็วเมื่อเจออากาศชื้น เสื้อกันฝน  และแบบเสื้อกันหนาวแบบหนา ที่สามารถทนอากาศเย็นกันลม  และหิมะได้ ซึ่งทริปนี้ผมได้ใช้เสื้อผ้า ของ Equinox ทั้งเสื้อ กางเกง นอกจากนี้ ผมจะมีทริกเล็กๆน้อยๆ ก็คือ การเตรียมเสื้อที่ซ้อนด้านในเป็นแบบเสื้อบางและถูก ซึ่งเราสามารถทิ้งได้ ระหว่างทริป ถ้ามันเปียกมากๆ หรือ ใส่หลายๆวันแล้วมันมีกลิ่นอับ  แล้วสามารถหาซื้อใหม่ในราคาถูกๆ ที่จีนได้ครับ

อีกอย่างที่สำคัญ ก็คือ รองเท้าครับ การเดินทางในแต่ละครั้งเป็นเวลาหลายๆวัน คงไม่ดีแน่ถ้าเราต้องมาเปลี่ยนรองเท้ากลางคันเพราะรองเท้าพัง ครั้นจะพกไปหลายๆคู่ก็คงไม่ได้ ดังนั้นการเลือกรองเท้าที่ดี ใส่ทน และสบายเท้า เป็นสิ่งสำคัญ ดูว่าทริปเรานั้น เจอสถานการณ์ประมาณไหน ลุยฝน ลุยโคลนลุยน้ำ ลุยหิมะ ได้มั้ย  ถ้าทำได้คู่เดียว แล้วใส่สบายในการเดิน ถือว่าเป็นหัวใจในการเดินทางของเราก็ว่าได้ ทริปนี้ผมเลือกใช้ รองเท้า TARGHEE EXP MID WP เป็นรองเท้าสำหรับใส่ลุย ทั้งเดินเขา เดินหิมะ แถมยัง กันน้ำได้ส่วนนึงอีกด้วย ทนทาน ใช้มาหลายทริปแล้ว  จริงๆ ผมเคยเอา KEEN Durand ไปลุย หิมะ ที่ญี่ปุ่นมา แบบว่าใส่สบาย ไม่เย็นเท้าเลย  น้ำไม่ซึมเข้าด้วย เลยติดใจ รอบบนี้เอา KEEN ไปอีกครั้ง หากสนใจ เข้าไปดูได้ มีหลากหลายรุ่น http://www.keenthailand.com/men-products/outdoor/targhee-exp-mid-wp.html

3. เรื่องอาหาร และเครื่องดื่มระหว่างทริป

แน่นอน อาหารจีน เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อระดับโลกในภัตตาคารต่างๆ แต่การเดินทางท่องเที่ยว ในแต่ละทริปนั้นเราไม่สามารถที่จะเข้าไปกินในร้านดีๆ หรูๆ ได่เสมอไป เราคงต้องไปเจอร้านโลคอล ตามสถานที่เราไป ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจ ถึง สุขอานามัย ของร้านเหล่านั้นได้ 100% แต่ก็ใช่ว่าเราจะกินไม่ได้ แต่ก่อนกินสังเกตดีๆ ถึงความ สด สะอาด และความแปลก ก่อนจะกินเข้าไปทุกครั้ง และอีกอย่างนึงของคนไทยก็คือ เมื่อทานอาหารจีนนานๆเข้าจะออกอาการเลี่ยน หรือเบื่อหน่าย อันนี้ ผมแนะนำว่า ให้พกอาหารสำเร็จรูปจากบ้านเราไปด้วยครับ โดยเฉพาะพวกน้ำพริกผง ต่างๆ ที่สามารถเอาออกมาทานระหว่างทริป คู่กับอาหารจีนได้ จะได้ไม่เบื่อ

 

ซึ่งจะมีมากมายหลายแบบ ทั้งรถชาติ และ แพ็คเก็จที่สะดวกในการพกพา บางคนถึงขั้นพกแกงสำเร็จรูปที่ใส่ซองสำเร็จรูปที่มีขายตามซุปเปอร์มาเก็ตไปด้วยยิ่งดีครับ  อย่างเช่นทริปนี้ ผมเตรียมซื้อ อาหารสำเร็จพร้อมทาน ของ  Roza ติดไปด้วย  มีหลากหลายแบบหลากหลายเมนูให้เลือก  ยี่ห้อโรซ่าพร้อม คือเป็นอาหารพร้อมทานที่ปรุงจากวัตถุดิบจริง ๆ บรรจุอยู่ในซองเลย โดยมีข้อดี คือสามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิปกติได้เลย ไม่ต้องแช่เย็น และยังเก็บได้นานถึง 18 เดือน โดยที่ไม่ใส่วัตถุกันเสียด้วย โรซ่าพร้อม สามารถทานได้ง่ายมากๆ แค่ฉีกซองก็รับประทานได้ทันที แถมมีหลากหลายเมนูให้เลือกอีก

http://www.rozaprompt.com/home

4. ยารักษาโรคต่างๆ ที่ควรเตรียมให้พร้อม

แน่นอนการไปต่างประเทศ การจะไปหาซื้อยา หรือ การไปหาหมอ นั้นช่างยากเย็นนัก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลในด้านการเดินทาง หรือ ภาษาในการสื่อสาร ดังนั้นเราควรเตรียมยารักษาโรคต่างๆเบื้องต้นไปด้วย ยิ่งใครมีโรคประจำตัวหรือต้องทานยาเป็นประจำนั้นต้องยิ่งเตรียมตัวไปให้พร้อม

ยาที่ผมเตรียมไปมีดังนี้

-Paracetamol 850 mg.(Tylenol 8 hrs.: ที่แนะนำขนาดของยาเท่านี้เพราะสะดวกใช้ ยาออกฤทธิ์ได้นานไม่ต้องกินบ่อยๆ ) 1 แผง มี 10 เม็ด กินครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า เย็น แก้ปวดหัว ลดไข้ กินตามอาการ มีอาการง่วงนิดหน่อยไม่มาก ( 30 บาทต่อแผง)

-Cetirizine 10 mg.(Zyrtec) 1 แผง มี 10 เม็ด กินครั้งละ 1 เม็ดออกฤทธิ์ได้ประมาณ 12 ชม. ฤทธิ์ยาจะอ่อนลงตามระยะเวลา และการขับถ่ายเบาและหนัก วันละครั้ง กินแล้วจะง่วงนิดหน่อย ไว้กินก่อนนอนก็ได้ กินตามอาการ ราคาป้ายยา 175 บาท ( 129 บาท)

-Dimenhydrinate 50 mg.กินครั้งละ 1 เม็ดก่อนขึ้นรถ เครื่องบิน ลงเรือ ป้องกันอาการวิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้อาเจียน (อาการเมาทุกอย่างยกเว้นเหล้าเบียร์ กินแล้วจะง่วงนอนมากกกกก ควรจะมีเพื่อนไปด้วยไม่งั้นอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้) 1 แผง มี 10 เม็ด (แผงละ 10 บาท)

-Domperidone 10 mg.(Motilium-M) เป็นยาแก้คลื่นไส้อาเจียนเนื่องจากสาเหตุระบบทางเดินอาหารไม่ปกติ กินครั้งละ 1 เม็ด ก่อนอาหาร กินตามอาการ (แผงละ 30 บาท)

-Norfloxacin 400mg. ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เวลาท้องเสีย กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า เย็น กินต่อเนื่องอย่างน้อย 3 วัน (แผงละ 30 บาท)

-Loperamide HCL 2 mg.(Imodium) เป็นยาหยุดถ่าย กินครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหารเช้า เที่ยง เย็น กินตามอาหารถ้าไม่ปวดท้องเข้าห้องน้ำก็หยุดกิน ถ้ากินต่อจะท้องผูก อี้ไม่ออก (แผงละ 48 บาท) ตัวนี้สำคัญตอนนั่งรถนานๆในประเทศจีน

ถ้าจะเอาสะดวกแก้ท้องเสียเป็นยาสูตรผสม ก็ใช้ Disento แผงละ 18 บาท ติดไปเผื่อฉุกเฉินก็ดี

-ยาแก้ไอเม็ดสูตรผสมที่มี Dextromethrophan HBr. +ยาขับเสมหะไปด้วยก็ได้ ถามเภสัชที่ร้านขายยามีหลายยี่ห้อ หรือจะเอายี่ห้อ Icolid ก็ได้ราคา 25 บาทต่อแผง ยานี้กินแล้วง่วง

-cetirizine 10mg แก้แพ้อากาศ ผื่นคัน แพ้ยาได้ ตัวที่หายเร็วคือ hydroxyzine hcl

10 mg แต่กินแล่วนอนทั้งวัน

-พลาสเตอร์ปิดแผล ยาใส่แผลสดแบบครีมหรือน้ำแล้วแต่สะดวก ยาดม ยาหม่อง ยาขับลมชนิดเม็ด(air-x) ยาเคลือบกระเพาะชนิดเม็ด(แอนตาซิล หรือ veragel

ทั้งหมดที่กล่าวมา ให้เพื่อนที่เป้นเภสัชกร ลิสต์รายการมาให้

 

5.อินเตอร์เน็ท และ โรมมิ่ง

ข้อนี้คือข้อสำคัญมากๆในยุคนี้ เพราะคนเราปัจจุบัน เชื่อต่อกันด้วย โซเชียลมีเดียต่าง ไม่ว่าจะ FB Line instagram หรือ การหาข้อมูลต่างๆ ทั้ง ยังเปิด แอพนำทางต่างๆอีกด้วย  แต่ในจีนนั้น เราไม่สามารถใช้ FB หรือ Line ได้ดังนั้นเราควรเลือกการเปิดโรมมิ่งไปจากบ้านเรา ซึ่งก็มีให้เลือกมากมาย แต่ที่ผมใช้เป็นประจำก็คือ ทรูมูฟฯโรมมิ่ง ซึ่ง ตอนแรกจะซื้อ TRAVEL SIM ASIA แต่นับวันแล้วไม่พอเพราะผมไป 10 วัน เลยต้องเลื่อนขั้นไปซื้อแบบ TRAVEL SIM WORLD เพราะใช้ได้ 15 วัน

สำหรับใครกำลังมองหา หรือกำลังเดินทางไปต่างประเทศ ผมว่า คุ้มนะครับ ยิ่งไปจีนนี่ เราต้องโรมมิ่งเท่านั้นถึงจะเล่น FB หรือ line ได้ ส่วนเรื่องกลัวจะไม่พอนั้นผมว่า 4GB นี่ เหลือๆครับ ถ้าไม่เอาไปดู ซีรีย์ ดูหนัง หรือ ดูบอลไรงี้นะ เพราะปกติเวลาเที่ยวเราก็คงใช้แค่ Google map , FB , Line , IG และ หาข้อมูล google เท่านั้นมั้ง แถมบางคนอาจจะชอบ live สดๆ ก็น่าจะพอ ถ้าไม่ live ยาวๆ เป็นชั่วโมงๆ ไรงี้

จริงๆผมเคยเอาโรมมิ่งของทรูมูฟฯไปใช้ที่จีน ตอนทริป แชงกรีล่า- ย่าติง แล้วครั้งนึง ใช้ดีมีสัญญาณเกือบตลอด ครั้งนี้ก็ยังคงใช้เจ้าเดิมอีกครั้งแน่ๆครับ

ที่สำคัญสำหรับการโรมมิ่งคือ การใช้แอพแปลภาษา

การจะไปประเทศจีนนั้น สิ่งที่ลำบากอีกอย่างก็คือ คนจีนไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ ทำให้การสื่อสารนั้นค่อนข้างลำบาก ดังนั้นเราควรเตรียมความรู้ภาษาจีนเบื้อต้นไปด้วย เช่น ตัวเลข ทั้งภาษาพูดและภาษเขียน คือคำศัพท์ ที่สำคัญ เช่น ห้องน้ำ ร้านอาหาร หมู วัว ไก่ ไม่เอา ลดหน่อย

และเราควรโหลดแอพพลิเคชั่นแปลภาษาต่างๆ เช่น ดิกชั่นนารี ไทย-จีน หรือ กูเกิลทรานสเลต เอาไว้แปลภาษา หรือถ่ายภาพแล้วให้กูเกิ้ลแปลมาให้ ซึ่งการมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ดี เป็นสิ่งสำคัญสุดๆสำหรับทริปนี้ครับ

 

6.ประกันภัยการเดินทาง

แน่นอนสุดท้ายเพื่อความมั่นใจยิ่งขึ้น เราควรซื้อประกันภัยการเดินทาง ไปด้วยทุกครั้ง สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกินขึ้นได้ระหว่างทริป ยิ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดแบบจีนด้วยแล้ว ยิ่งสมควรซื้อให้ครอบคลุมมากที่สุด

 

สำหรับประกันภัยการเดินทางสำหรับทริปนี้ผมเลือกทำกับของ “ซมโปะ” บริษัทประกันสัญชาติญี่ปุ่นที่หลายคนบอกตรงกันว่าถ้าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น “ซมโปะ” คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ของประกันภัยการเดินทาง เพราะมีบริการเสริมพิเศษให้คำแนะนำทางการแพทย์และนัดหมายกับโรงพยาบาลในเครือที่ญี่ปุ่นเมื่อเกิดการเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง  ที่สำคัญไม่ต้องสำรองเงินก่อน … และทริปจีนครั้งนี้ ผมก็ได้ทดลองกดเข้าไปดูที่เว็ปไซต์ของ ซมโปะ ว่ามีคลอบคลุมหรือไม่  ปรากกว่ามีครับ

 

ผมจึงเลือกแผนคุ้มครอง ที่ครอบคลุม ทั้งอุบัตเหตุต่างๆ ค่ารักษาพยาบาล,การล่าช้าและพลาดเที่ยวบิน ในราคาไม่ถึงพันบาทสำหรับการเดินทาง 10กว่าวัน  ในทริปนี้  ซึ่งผมได้เลือกแผน B+

 

ผมเลือกใช้แผน B+ แทนการเลือกแผน B เพราะความคุ้มครองที่มากกว่า และ สิ่งสำคัญอีกประการที่เพิ่มเข้ามาคือ ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นภายหลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย (บาดเจ็บหรือเจ็บป่วย) เพราะถ้าเราเกิดบาดเจ็บหรือป่วย บางครั้งมันไม่ใช่แค่ วันสองวันแล้วหาย เราอาจต้องกลับมารักษาต่อที่บ้านเราอีก หากมีการคุ้มครองแบบนี้เราก็จะลดค่าใช้จ่ายลงอีก ส่วนค่าชดเชยกรณีตกเครื่องบิน หรือความล่าชาของเครื่องบิน ความคุ้มครองก็สูงกว่าแผน B ธรรมดาขึ้นมาอีกนิด แต่เราเพิ่มเงินอีกแค่ไม่กี่บาทเท่านั้นเอง

การซื้อ ก็ง่ายๆครับ สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ในเว็ปไซต์ ของ ซมโปะ ได้เลยที่ https://www.sompo.co.th/insurance/personal_travel.php

เข้าไปกรอก ข้อมูลส่วนตัว คนรับผลประโยชน์

เสร็จแล้วสามารถจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้เลย กรอกหมายเลขบัตร รายละเอียดต่างๆของบัตร จากนั้นไม่ถึง5 นาที คุณก็จะได้ การยืนยันการซื้อประกันในอีเมลล์ของคุณ

เสร็จแล้วแค่นี้ก็ สามารถเดินทางไปเที่ยวในประเทศจีนได้อย่างไร้กังวล ขอเพียงแค่ระวังตัวจากมิจฉาชีพ และอุบัติเหตุร้ายแรง แค่นั้น คุณก็จะได้ นำเรื่องราวของประเทศจีนที่คุณได้พบกลับมาเล่าให้เพื่อนๆฟังอย่างสบายใจ และ ประทับใจในทริปนั้นครับ

หวังว่า 6 วิธีการเตรียมตัว เที่ยวประเทศจีน นี้ จะถูกใจทุกๆคนนะครับ แล้ว พบกันอีกครั้ง หลังจากผมกลับมาจากทริป จีน ทิเบตนอก ครั้งนี้ครับ ว่าจะมีรูปสวยๆ เรื่องราวดีๆ มากน้อยแค่ใหน แล้วพบกันครับ

 

แบกเป้เท่ทั่วโลก

สามารถติดตามเรื่องราวต่างๆได้ในเพจ แบกเป้เท่ทั่วโลก

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel