Travel ที่พัก ล่าสุด ในประเทศ

Lan Jia Lodge ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ โฮมสเตย์ 5 ดาว ที่ต้องมาลองสัมผัสวิถีชุมชน ที่เชียงราย

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ถ้าพูดถึง การไปนอน โฮมสเตย์ ทุกคนจะคิดถึงอะไรครับ  การไปพักบ้านคนอื่น การไปนอนรวมกับเจ้าของบ้าน ที่พักแบบบ้านๆ การบริการแบบชาวบ้าน หรืออะไรก็แล้วแต่…  แต่วันนี้ ผมจะมานำเสนอ โฮมสเตย์ ระดับ 5 ดาว ที่ เป็นการร่วมมือกัน ระหว่าง ชุมชน(พื้นที่) – PDA องค์กรส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวเขา (สร้างโฮมสเตย์) – Asian Oasis (ทำการตลาดและขาย)  ซึ่ง มีอยู่ในพื้นที่ เชียงใหม่ คือลีซุ ลอดจ์ และ ที่ผมเพิ่งจะได้ไปพักมา นั่นคือ ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ (Lan Jia Lodge)

ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ หรือ Lan Jia Lodge ตั้งอยู่ที่ หมู้บ้าน กิ่วกาญ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้าน ของชาวม้ง และ ลาหู่ ห่างจาก อำเภอเมืองเชียงราย ประมาณ 120 กิโลเมตร ขับรถก็ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ไม่ต้องกลัว ที่ ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ มีสัญญาณมือถือ ทุกค่าย ใช้ได้ดี ไม่มีปัญหา  แล้วทีนี้ เรามาดูกัน ทำไมผมถึงต้องใช้ ประโยค ที่ว่า โฮมสเตย์ ที่ทำให้คุณเปลียนความคิด ในการมาพัก โฮมสเตย์ ตลอดไป

ตอนแรกเดินเข้ามา เห็นสภาพภายนอกบ้านพัก เฮ้ยย มันดูเก่าไปหน่อยนะ แบบนี้มันจะแตกต่างจากที่อื่นยังไง  เมื่อเข้าไป จะเห็น บ้านพัก 4 หลัง ตั้อยู่เรียงรายตามไหล่เขา หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มองเห็นวิวแม่น้ำโขง ทุกหลัง

รอบนี้พาเด็กๆ มาด้วย เพราะ อยากให้เด็กๆ มาเปิดการรับรู้ และ เพิ่มประสบการณ์ในชีวิต ได้ศึกษา วิถีชีวิต และ วัฒนธรรมท้องถิ่น

แต่พอเข้ามาดูข้างใน ก็รู้สึก เฮ้ยย นี่มันดีนะ เริ่มที่ ความสะอาด ที่ค่อนข้างดีมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่ในห้องนอน ตรงระเบียง แม้แต่เบาะที่วางอยู่รอบๆระเบียง

สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างนึง และ ทำให้เรารับรู้ว่า นี่คือ โฮมสเตย์ นะ ไม่ใช่ โรงแรม หรือ รีสอร์ท ทั่วๆไป ก็คือ ที่ ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ จะมี เข้าของ และ ผู้ดูแล บ้าน แต่ละหลัง มาคอย ให้คำแนะนำ และ บริการต่างๆ ให้กับเรา โดย บ้านผมที่ได้ ชื่อบ้าน Lulee จะมี อากือ ผุ้ชายชาวม้งดูแล ช่วยยกกระเป๋า และ ให้คำแนะนำ ต่างๆ ส่วนงานบริการต่างๆ ไม่ว่า จะเสริฟน้ำ เสริฟอาหาร และ ทำความสะอาด ต่างๆ จะมี น้อง มาลี สาวชาวม๊ง อายุ 23 ปี ที อาศัย อยู่ในหมู่บ้านนี้ มาคอยดูแลเราตลอด ช่วงเวลาที่เราเข้าพัก ยกเว้น ตอนที่เราเข้านอนไปแล้ว ก้จะกลับไปพักผ่อน ที่บ้านของแต่ละคน

ทีนี้เราไปดู ส่วนต่างๆ ของบ้านที่เราพักกันดีกว่า ครับ  บ้านแต่ละหลังจะมี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ เป้นเตียงเดี่ยว 2 ห้อง และ เตียงคู่ 2 ห้อง ทุกห้อง มีห้องน้ำ ชักโครก อ่างล้างหน้า ฝักบัว อย่างดี

ทุกห้อง จะมีเตียงที่นุ่ม ระดับ โรงแรมทั่วๆไปยังอายครับ ต้องบอกว่า นุ่มกว่า หลายๆโรงเเรมในเมืองบางที่อีกนะครับ ทุกห้องจะมีมุ้ง ซึ่งอากือ หรือ น้องมาลี จะกางให้ เมื่อถึงเวลาค่ำ เพราะ ต้องบอกว่า ที่นี่ ยุงค่อนข้างเยอะ

ภายในห้อง จะมี ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหัว ใส่ไว้ในกระบุง พร้อมๆกับ มีตะเกียง LED เอาไว้ใช้ ยามฉุกเฉิน ด้วย มีหนังสือ ให้อ่าน และมีเมนุเครื่องดื่ม ที่แม้กระทั้ง ไวน์แดงดีๆ สักขวด หากคุณต้องการ ดื่มด่ำกับบรรยากาศ อันแสนสวยนี้

ส่วนอีกห้อง ที่เป็นแบบ 2 เตียง ข้างในก็ ตกแต่งคล้ายๆกันทุกห้อง อ้อ ทุกห้อง ไม่มี ทีวี ให้ดูนะครับ เพราะ ต้องการ ให้ ดื่มด่ำ กับความสวยงามของะรรมชาติ ที่แท้จริง ครับ

ออกมาดู พื้นที่ส่วนกลางกันบ้าง เพราะ บางที ก็ออกมาทำกิจกรรม ในส่วนนี้ ทั้ง ทานอาหาร ชมการแสดง หรือ นั่งเล่นพักผ่อนชมวิว ธรรมชาติสวยๆ หรือแม้แต่ ตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้น ยามเช้า

อีกมุม ก็จะมี เบาะให้นั่งอ่านหนังสือชิลล์ หรือ หากใครมาหลายคน ก้ชวนกัน เล่นเกมส์ ต่อไม้ ที่มีไว้ให้ ก็ได้ครับ

มาที่นี่ ทำให้ มีเวลาว่างเยอะ ผมก็เลย มีโอกาส ได้นั่งเล่นเกมส์ ต่อไม้กับลูกๆ โดยที่ ลูกๆ ก็ไม่ต้องมาสนใจ แต่มือถือด้วย

ส่วนบรรยากาศตอนเช้า ที่นี่ ถึงขั้นเรียกว่า สุดยอดที่นึงใน บรรดา ที่พักบนเขาหลายๆที่ ที่ผมเคยไปพักมาเลยก้ว่าได้ ครับ เพราะ ขนาดผมไป ช่วง ต้นหน้าฝน คือ เดือน พฤษภาคม ตื่นเช้ามา หมอกยังมาต้อนรับถึงหน้าบ้าน แถมยังเป็นทะเลหมอก ที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยงาม อีกด้วย

ถ้ามาพักที่นี่ อาหารเช้า – กลางวัน – เย็น สามารถให้เขาจัดให้ได้เลยครับ มีแม่ครัว คอยทำไว้ให้ และ รสชาติ ก็ไม่ได้ขี้เหร่ ผมคิดว่า ถ้ามาถึงนี่แล้ว ก็ทานที่นี่เลยครับ อาหาร เหมือน โรงแรมดีๆ ทั่วไป เลยครับ แต่รสชาติ อาจจะ จืดไปสักหน่อย สำหรับคนไทย อาจเพราะว่าที่นี่ ส่วนใหญ่ ต้อนรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่าครับ

เซ็ตอาหารเช้า จะต้องแจ้งพนักงานไว้ ตั้งแต่ ตอนกลางคือ ว่าจะรับอะไร มีให้เลือก เป็น กาแฟ ชา โอวัลติน ขนมปัง เนย แยม ทานคู่กับ เซ็ตข้าวต้ม หรือ เซ็ต ไข่และเบค่อน สามารถเลือกได้ จะเอา ไข่ดาว ออมเล็ต ไข่ต้ม ทานคู่กับ เบคอน สำหรับเด็กๆ หรือ เราสามารถสั่ง เป็นคอนเฟล็ก กับนม เพิ่มได้ ตบท้ายด้วยผลไม้ และน้ำผลไม้

มื้อกลางวันและมื้อเย็น เป็นอาหารตามสั่ง หรือ เซ็ตอาหารที่ทาง ลั่นเจี๊ยะ จัดไว้ให้ครับ จริงๆ จะนั่งกับโต๊ะแบบนี้ หรือ นั่งแบบขันโตกก็ได้ครับ แล้วแต่เราถนัดแบบใหน

หลังจากทานอาหารเย็น เสร็จแล้ว จะมีการแสดง เล็กน้อย จาก ชนเผ่าม้ง และชนเผ่าลาหู่ เป็นการแสดง การเต้นรำ ตามประเพณี ของม้ง และ ลาหู่ โดยชาวบ้าน ที่อยู่ในหมู่บ้าน กิ่วกาญ นี้ครับ

นอกเหนือจากการพักผ่อน นอนเล่นเอาบรรยากาศะรรมชาติ แล้ว หากมาที่ ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ ก็จะมีกิจกรรม ต่างๆ ให้ทำด้วย ดังนี้ครับ

  • เดินชม วิถีชีวิต ของชนเผ่าลาหู่ และ เผ่าม้ง ที่บ้านกิ่วกาญ
  • การเรียน ทำผ้าบาติกแบบ ม้ง
  • การเดินเทรลไปยังน้ำตกบ้านกิ่วกาญ (อันนี้เหมาะสำหรับสายผจญภัย และอึดเล็กน้อย)

ซึ่งเราก็ไม่พลาดครับ ในวันที่ 2 ของการเข้าพัก ตอนเช้า เราไป เดินชมหมู่บ้านกันครับ เริ่มด้วยการชม หมู่บ้านลาหู่ ก่อน เดินไม่ไกลครับ 400 เมตร เราจะได้ชม บ้านอยู่อาศัยของชาวลาหู่ และ เข้าไปพูดคุย กับหมอผี ประจำหมู่บ้าน ซึ่งการสังเกตุง่ายๆ ถึงความแตกต่างกัน ของ บ้านลาหู่ กับบ้านม้ง ก็คือ ถ้าใต้ถุนบ้านยกสูง คือบ้านลาหู่ ส่วนบ้านม้งจะไม่ค่อยยกสุง ครับ การเดิมชมหมู่บ้าน จะมีไกค์ท้องถิ่น มาคอยให้คำแนะนำ และ อธิบาย ให้ความรู้ต่างๆ พร้อมทั้งเป็นล่าม ให้ด้วย

หมอผี ประจำหมู่บ้าน มีไว้ สำหรับ รักษาอาหารเจ็บไข้ได้ป่วย หรือ ทำพิธีกรรมต่างๆ ไม่ว่า แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ เก็บเกี่ยวผลผลิต หรือแม้แต่งานศพ

นอกจากเราจะไปศึกษาวิถีชีวิตของคนในพื้นที่แล้ว เราก็ยังโดนคนในพื้นที่แอบส่องอีกด้วย เด็กๆ ในหมู่บ้าน มาแอบดูเรา

ก้อเลยจับมาถ่ายรูปด้วยซะหน่อย เด็กกลุ่มนี้ เป้นเด็กรุ่นใหม่ของหมู่บ้าน มีการศึกษา ที่ทั่วถึง มีโรงเรียน ตชด. และ สามารถเข้าไปเรียน ยังโรงเรียนในตัวอำเภอเชียงของได้อีกด้วย

หารเดิมชมหมู่บ้านม้ง นั้นจะต้องเดินไกลนิดหนึ่ง จากที่พัก ประมาณ 1 กิโลเมตร เราก็เดินไป เข้าไปคุย และ ดูวิถีชีวิต ของชาวบ้านที่นี่ ว่า เขาทำอะไร ยังไงกันบ้าง และ ไม่พลาด ที่จะเข้าไป ชมพิธีการ ของหมอผี ประจำหมู่บ้าน แต่ของบ้านม้ง นั้น เขาห้ามถ่ายรูปมาครับ อย่างสองแม่ลูกนี้ ก็กำลังปักผ้าตามลวดลายของเผ่าม้ง เผื่อนำไปแปรรูปเป็น กระเป๋า เสื้อผ้า ต่างๆ แล้วนำไปขาย

 

ช่วงสายๆ เรามีนัดไป ทำผ้าบาติกแบบม้ง ซึ่งเป็นการ สอนทำจากคุณป้าม้ง(เขียว) ซึ่งจะเป็นเผ่าที่ นิยม ทำผ้าบาติก แล้ว เอามาทำเป็นเสื้อผ้า แทนการปักแบบปกติทั่วไป การทำก็คล้ายๆทั่วไป คือ การวาดลวดลายลงบนผ้าใบสีขาวด้วย ไขน่ำมัน แล้วนำไปย้อมสีที่ต้องการ ก่อนจะนำไปต้ม เพื่อให้ได้ลวดลายตามที่เราต้องการ

ช่วงบ่าย หากอยากลองไปเดิน เทรลชมน้ำตก ลึกลับ ที่ยังไม่มีการตั้งชื่อ ซึ่งผมจะเรียกว่าน้ำตกบ้านกิ่วกาญ ไปก่อนนะครับ ก็สามารถแจ้ง ได้ ทาง ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ จะจัดหา ไกค์ นำทางไปให้ โดยตอนแรก เราต้องนั่งรถสองแถวไปก่อน ประมาณ 2 กิโลเมตร จากบ้านกิ่วกาญ แล้ว เดินผ่าน ทุ่ง สวน ไร่ นา ของชาวบ้าน ก่อนจะปีนเขาขึ้นไป ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร จะพบกับน้ำตก ขนาดกลาง ที่ตกลงมาจากความสุง ประมาณ 7 เมตร มีแอ่งน้ำ กว้าง ให้เล่นน้ำได้อย่างสบายใจ น้ำใส ไหลเย็น มาก เรียกว่าเดินขึ้นมา เหนื่อยๆ เหงื่อ โทรมกาย แล้ว มาเล่นน้ำตกที่นี่ หายเหนือยไปเลย แล้วค่อยเดินย้อนกลับลงไป แบบ สบายๆ ในระยะทาง ประมาณเท่าเดิม

เดินประมาณ 45 นาที ในที่สุดก็มาถึง

นอกเหนือ จากการมาพักผ่อน นอนเล่น และ ทำกิจกรรม ที่ ทาง ลั่นเจี๊ยะ เตรียมไว้ให้ ในบริเวณ ข้างเคียง ก้ยังมีสถานที่ เที่ยว และ น่าไป อีกหลายที่ ไม่ว่าจะเป็น  การไปชมพระอาทิตย์ตก ที่ จุดชมวิวห้วยทรายมาน ที่นี่คุณจะเห็น วิวแม่น้ำโข้ง และ พระอาทิตยืลับเหลี่ยมเขา สวยๆ

และ การ ตื่นเช้าไปชม พระอาทิตยืขึ้น และ ทะเลหมอกที่วัดเทพนิมิต ที่อยู่ห่างไปประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม สำหรับการล่า ทะเลหมอก เพราะ มีหมอกให้เห้น เกือบทั้งปี พร้อมวิวแม่น้ำโขง

 

สุดท้าย ผมจะเขียนถึงข้อดี ที่คุณ ควรลองมาพักที่ ลั่นเจี๊ยะลอดจ์ สักครั้ง

  • เพื่อมาชมและศึกษาวิถีชีวิตชนเผ่า
  • เพื่อมาชมและ อยู่กับธรรมชาติ ที่สวยงาม
  • มีวิวภูเขา แม่น้ำโขง ทะเลหมอก และ พระอาทิตย์ ให้เห็น แค่มองลอดหน้าต่างออกไป
  • มีกิจกรรมดีๆ สนุกๆ ให้ได้ทำ ระหว่างเข้าพัก
  • มีการบริการที่ดีเลิศ ระดับโรงแรม จากพนักงานประจำบ้าน
  • มีการรักษาความสะอาดที่ดี
  • มีส่วนช่วย สนับสนุนชุมชน และคนในชุมชนให้มีรายได้

ส่วนข้อด้อยของที่นี่ คือ

  • แมลง และยุงเยอะไปหน่อย แต่ทางโรงแรม มีสเปรย์กันแมลงให้
  • ไม่มีเครื่องปรับอากาศ อาจจำทำให้หน้าร้อน ค่อนข้างร้อนไปหน่อย
  • อาหารอาจมีให้เลือกไม่มากนัก
  • ไม่มี ทีวีให้ดู ทั้งในห้อง และ นอกห้อง แต่สามารถดูผ่าน มือถือ โดยใช้ Wifi ของลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ได้
  • อยู่ห่างจากความเจริญไปหน่อยสำหรับคนที่ติดความเจริญ 7-11 ที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างไป 15 กิโล
  • ราคาอาจจะสูงไปสักนิด สำหรับ นักท่องเที่ยวไทย และภาพลักษ์ ที่เป้นโอมสเตย์

และ ใครที่อ่าน รีวิวนี้ แล้ว สนใจ หรือ อยากมาลองพักที่นี่ สามารถ ติดต่อจองห้องพักได้ที่นี่เลยครับ

FB ลั่นเจี๊ยะลอดจ์ 

Lanjia Lodge – hill tribe tours & eco lodge

347 Kiew Karn Village, Moo 6, Rim Kong Subdistrict
Amphoe Chiang Khong, Chiang Rai, Thailand 57140
Highlights info row image  083 540 9529

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.asian-oasis.com/asian-oasis-special-deals.html

FB Asian Oasis – Mythical Journeys

สามารถจองห้องพัก
หรือกิจกรรมต่างๆ ของ Asian Oasis ผ่านช่องทางไลน์
Line ID : asian-oasis

 

และสุดท้าย ของคุณที่ เข้ามาอ่านรีวิวนี้ และสามารถติดตาม รีวิวและ การเดินทางของผมได้ที่

FB เพจ แบกเป้เท่ทั่วโลก 

IG : tummengtravel 

แล้วพบกันใหม่ รีวิวต่อไปครับ

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

Tummeng Travel