Travel ต่างประเทศ

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

Rating Chart

4.8 average based on 4 ratings

  • Excellent
    3
  • Very Good
    1
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

ช่วง 2-3 ปีหลังมานี่ หลายคนคงได้ยินชื่อ Yading หรือ”ย่าติง” กันมากขึ้นใช่มั้ย เพราะเริ่มมีภาพ และเรื่องราว ของ ย่าติง ออกสู่โลก โซเซียล และ อินเตอร์เน็ต มากขึ้น

แต่สำหรับผม ย่าติง หรือ อุทยานแห่งชาติย่าติง ในมณฑล เสฉวน ของประเทศจีน นั้น ผมได้เห็นบันทึกการเดินทางจากยอดฝีมือด้านการถ่ายภาพ นาม cobragold ในพันทิป เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว แล้วต่อมายังถูกกระตุ้นด้วย รีวิวการเดินทางของน้า cartchy ในพันทิป อีกครั้ง ซึ่งผมก้เฝ้ารอโอกาส ที่จะไป ย่าติง ตลอดมา จนปีที่แล้ว ผมก็มีโอกาสได้ไป ย่าติง เพราะ เพื่อน ประกาศหาคนไปด้วย ผมเลยไปกับเพื่อน 2 คนในช่วงเดือน กค ปลายเดือน ซึ่งเป็น หน้าร้อน ของที่นั่น

แต่ถึงแม้จะเป็นหน้าร้อน แต่ความสวยงามก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง จน มาปีนี้ เมื่อพี่หยี น้ำฟ้าป่าเขา รู้ว่าผมเคยไป ก็เอ่ยปากชวนให้ผมพาไปหน่อย ผมก็รับปากทันทีโดยไม่ลังเล แต่ครั้งนี้ ขอไปช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี คือ เดือน ตค. นะ  ซึ่งครั้งนี้ จากทริปที่จะมี แค่ 3-4 คน เพื่อหารค่ารถ และ ค่าที่พัก กลายเป็น 14 คน หลังจากผมไปประกาศหาเพื่อนร่วมทริปผ่าน FB

และนี่คือ ผู้ร่วมทริปของเราทั้งหมด ประกอบไปด้วย

– น้องหนึ่ง บล็อกเกอร์ตัวเล็กไปจากเพจ 1000MilesJourney ผู้ซึ่งยินยอมมาเป็นล่ามภาษาจีนด้วยค่าตัว รูปในกล้องผม 10GB

– หมอแป๋ว เภสัช จากจังหวัดเล็กๆทางภาคอีสาน ที่ชอบเที่ยว และมีความรู้เรื่องเที่ยวมากมาย แถมยังเป็นกระเป๋ายาสำหรับทุกคนด้วย

– น้องโบว์ สาวน้อย จากเชียงราย ที่พูดจีนได้ และชอบเที่ยวประเทศจีน แม้จะเคยเจ็บช้ำจากประเทศจีนก้อตาม

– หมอจูน พยาบาลอาวุโส สาวสวยโสด ที่คอยดูแลเรื่องเจ็บป่วยของคนในทริป เป็นคนแรกๆที่มาสมัครโดยไม่ใช่เพื่อนผม ช่างมีความกบ้าเหลือคนานับ

– คุณยิ้ว สาวสรรพากร ผู้ที่เคยร่วมทริป มูกางจ๋าย กับผมเมื่อสามปีที่แล้ว เป็นคนอดทนมาก ถึงแม้จะขาแพลงตั้งแต่วันที่2 ยังแบกสังขารขึ้นไปทะเลสาบน้ำนมได้

– พี่สัง สาว จนท.กรมทรัพยากรงานน้ำ ที่พูดน้อยที่สุดในทริป รูปน้อยที่สุดในทริป แต่เป็นทริปที่สองแล้ว ที่มาจอยกัน

– มุนัน อีเพื่อนเลิฟ ตั้งสมัยมัธยม แต่มาสนิทกันตอนเรียนจบแล้ว คนที่มีท่าโพสต์ชนะเลิศ และจ่ายเงินค่าทริปนี้ทั้งหมด สามารถไปนิวซีแลนด์ได้

– หนิ่ง เพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลาย อีกคนที่ ชอบเป็นนายแบบ ทุกสถานที่ต้องมีอย่างน้อย4 แอคชั่น

– แอน เพื่อนสาวตั้งแต่สมัยมัธยมต้น แต่เพิ่งเที่ยวด้วยกันครั้งแรก เป็นคนที่มีพรอพเยอะะที่สุด คนนึงของทริป

– รินสา บล็อกเกอร์ จากเพจ รีวิววนไป By RinSa YoyoLive ผู้ที่ตัดสินใจมาร่วมทริปคนสุดท้าย ก่อนออกเดินทางเพียง7 วัน

– ป้าเกด บล็อกเกอร์จากเพจ สูงวัยลุยไปทั่ว เจ้าของฉายา อายุเป็นเพียงตัวเลข ผู้พิชิต ย่าติงด้วยวัย61 ปี

– พี่หยี บล็อกเกอร์ จากเพจ Go Travel น้ำฟ้าป่าเขา ผู้ที่ทำให้เกิดทริปนี้ขึ้นมา ฉายาป๋าขาสาวๆของในทริป มนุษย์ผู้บันทึกพิกัด การเดินทาง ทุกโค้ง ทุกเนิน

– ไอ่น้องบอล บล็อกเกอร์จากเพจ MyTravel Foto ตากล้องขวัญใจสาวๆของทริปนี้ ผู้แบกอุปกรณ์ทุกอย่าง ขึ้นไปบนทะเลสาบ

– ผมเอง นาย แบกเป้เท่ทั่วโลก ผู้นำทริปที่ พาทุกคนออกไปเจอประสบการณ์ที่หาไม่ได้ ถ้าคุณมัวแต่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์

โดยทริปนี้ เราเดินทางดังนี้

day1  BKK-Kumming – Shanggrila(จงเตี้ยน) (นอนรถบัสนอน)

Day2 Shanggrila (kevin’s trexker inn)

Day3 Shanggrila – Riwa (No.9Capsule hostel)

Day4 Riwa – Yading(village)-Zuma lake (daochen Kongsri Hotel)

Day5 Yading – milk lake – Daochen (Daochendao hotel)

Day6 Daochen – Shanggrila (Kevin’s Trexker inn )

Day7 Shanggrila – Lijiang – kumming (นอนบนรถไฟ)

Day8 Kumming – BKK

สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริป อยู่ท้ายรีวิว ครับ

ใครอยาก อ่านรีวิว แบบละเอียด พร้อมข้อมูลจัดเต็ม เชิญเข้าไปอ่านที่นี่เลยครับ

รีวิวย่าติง by Go Travel น้ำ ฟ้า ป่า เขา 

 ย่าติงเป็นสถานที่ที่ Joseph Francis Charles Rock นักพฤษศาสตร์ชาวออสเตรีย(ช่วงปี ค.ศ. 1922-1949) ที่ไปทำการสำรวจที่ประเทศจีนแล้วก็ทำการเขียนบันทึกพร้อมกับถ่ายรูปบริเวณนั้น บันทึกจึงหลุดรอดออกมาสู่สายตาชาวโลกในเวลาต่อมาได้ได้

บันทึกของ Joseph Rock ที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมาได้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับ James Hilton (ผู้ซึ่งไม่เคยย่างกรายไปที่ Yading 亚丁 เลย) ในการประพันธ์เรื่อง Lost Horizon ในปี 1933 และได้สร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 1937 เป็นที่มาของชื่อ Shangri-la (ที่ตอนนี้ได้เป็นชื่อทางการของเมืองจงเตี้ยน)

Day1 BKK-Kumming – Shanggrila(จงเตี้ยน) (นอนรถบัสนอน)

เราทั้งคณะ 14 คน บินจาก ดอนเมือง ไปยัง คุนหมิง ด้วยสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย ที่มีบินไปคุนหมิง ทุกวัน วันละ 2 เที่ยว โดยเราเลือกบิน ไฟล์ทเช้า เพื่อที่จะ ได้ มีเวลา นั่งรถต่อไปยัง เมืองแชงกรีล่า ได้สบายๆ ไม่รีบร้อน

สิ่ง ที่ควรเตรียมให้พร้อมในทริปนี้ คือ

  • ใจ ร่างกาย และแรงเดิน
  • เสื้อผ้ากันหนาว ระดับ 0-10 องศา
  • ยารักษาโรคต่างๆ รวมถึง ยา ไดอะม็อก ที่กินป้องกันการเกิดอาการ altitude sickness
  • ประกันการเดินทาง เผื่อ อุบัติเหตุ และ เจ็บป่วยแบบฉุกเฉิน
  • ซิมโทรศัพท์แบบโรมมิ่ง เพราะ ที่จีน บล๊อก FB Line youtube อย่างน้อย ก็ทำให้เราสามารถเปิด กูเกิ้ลแมพ ตอนหลงได้ ซึ่งครั้งนี้ ผมเลือก ซิมของ ทรูมูพ ใช้ได้ดีตลอดทางครับ 80-90% มีสัญญาณดีตลอดเวลา

จากสนามบินคุนหมิง เมื่อปีที่แล้วที่ผมไป ยังต้องนั่งรถบัสสนามบิน เพื่อไยัง สถานีรถบัสระหว่างเมือง ที่ west terminal แต่ ตอนนี้ ประเทศจีน พัฒนารวดเร็วมากมากครับ ปีนี้ เราสามารถ นั่งรถไฟใต้ดิน ไปได้เลย สบายๆ 40นาที เท่านั้น ครับ แถมการซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินก็สะดวกสบาย ซื้อที่เครื่องอัติโนมัติได้เลย

เราจัดแจง ซื้อตั๋วรถบัสนอน ราคา 208 หยวน ในรอบเวลา 19:30 น. แล้วจากนั้นเราก็นั่งรถไฟใต้ดินไปซื้อตั๋วรถไฟ ขากลับ จาก ลี่เจียงมา คุนหมิง เผื่อไว้ก่อน เพราะ กลัวว่ารถไฟจะเต็ม ถ้าซื้อในวันกลับ บางส่วน มีเวลาเหลือ ก็ไปเดินเล่น ชมเมือง คุนหมิง ใน ขณะที่ผม และเพื่อน อีกสองคน ไป ซื้อตั๋วรถไฟ

ซื้อตั๋วรถบัส ที่นี่

ซื้อตั๋วรถไฟ ที่นี่

Day2 Shanggrila (kevin’s trexker inn)

หลังจากนั่งๆ นอน ๆ บนรถบัส ประมาณ 12 ชั่วโมง โดยรถจะจอดพัก ประมาณ 3 ชั่วโมงระหว่างทาง เราก็มาถึงยังเมือง แชงกรีล่า ตงเจี้ยน  โดยเรานัด รถจาก โรงแรม ให้มารับ เพราะทริปนี้เราตั้งใจ เหมารถ เที่ยวตลอด ตั้งแต่ แชงกรีล่า ไปย่าติง แล้ว กลับมาแชงกรีล่า เราเข้าไปเก็บของ อาบน้ำ ที่พักของเราจองมาจาก Traveloka  คือ Kevin Trekker Inn เป็นโรงแรม ขนาดเล็ก แต่ดีมากๆ ทำเล อยู่ใกล้เมืองเก่าแชงกรีล่า แค่ 200 เมตร เท่านั้นเอง ใครสนใจจองที่พัก คลิ๊กที่นี่ Kevin Trekker Inn

เรานัดเวลากัน แล้ว ออกไปยังจุดหมายของเราวันนี้ นั่นคือ

    • -เที่ยววัด Songzanlin

 

    • -เที่ยวอุทยาน Potatso มรดกโลก

 

  • -เดินเที่ยวเมืองเก่าแชงกรีล่าตอนกลางคืน

     

    วัด SONGZANLIN ค่าเข้าวัด :  115 หยวน/คน

    (Ganden Sumtseling Monastery / Little Potala Palace) วัดของชนชาวทิเบตที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในมณฑลยูนนาน นี่อายุร่วมๆ 300 ปี

    เนื่องจาก เรามีเวลาไม่นาน และ วันนี้ฝนตกทั้งวัน เราจึงใช้เวลาอยู่ที่วัดแค่ ประมาณ 2 ชั่วโมง เท่านั้น โดยบางคนก็ขึ้นไปชมความงามด้านในวัด ที่อยู่ข้างบน และ บางคนก็มาเดินถ่ายภาพ ด้านนอกวัด ตรงที่เป็นทะเลสาบ

  •  

    อุทยานแห่งชาติปู่ต๋าซั่ว

    POTATSO NATIONAL PARK  ค่าเข้า : 180 หยวน/คน

    เป็นอุทยาน ระดับ 5A ของจีนเลยนะครับ จริงๆ ถ้ามีเวลา น่าใช้เวลาที่นี่ สัก 1 วันเต็มๆ เพราะ มีเทรลให้เดิน รอบทะเลสาบ มีล่องเรือในทะเลสาบ มีทางเดินศึกษาธรรมชาติ แต่ วันที่เราไป วันตกเล็กน้อย เราจึงเลือกเดินเทรลข้างทะเลสาบ Shudu Lake ระยะเดินเทรล 3.7 กิโล เท่านั้นเอง

เมืองเก่าแชงกรีล่า (ฟรี) 

เป็นสถานที่ ช๊อปปิ้ง ใครขาดเหลืออะไร หาซื้อที่นี่เลย เสื้อผ้ากันหนาว ไม้เทรค ถุงมือ หมวก  รองเท้า มีขายทุกอย่างราคาย่อมเยาว์ และ ของกินเพียบเลย ที่นี่ อย่าลืม เมนู เนื้อ Yak หม้อไฟ อร่อยเด็ดมาก

Day3 Shanggrila – Riwa (No.9 Capsule hostel)

วันนี้ เราออกเดินทางแต่เช้า เพราะ คนขับรถที่เราจ้างไว้ บอกเราว่า ต้องใช้เวลาเดินทาง 8-10 ชั่วโมง ใหนจะต้องเผื่อเวลา ในการถ่ายภาพ กับวิวสวยๆข้างอีก โดยที่เราได้ฝาก สัมภาระ บางส่วนของทริปนี้ ไว้ที่ โรงแรม Kevin Trekker Inn เพราะ เราต้องกลับมานอนที่นี่อีกคืน ในคืนก่อนกลับ คุนหมิง

จริงๆ จากแชงกรีล่า ไป ย่าติง สามารถ นั่งรถบัสประจำทางไปได้ โดยรถจะออกวันละเที่ยว เท่านั้น ไม่สามารถจองล่วงหน้าได้ มากกว่า 1 วัน รถจะออก 7 โมงเช้า ไปถึง เต้าเฉิน ประมาณ 17:00 น. โดยเราต้องหารถ เข้าไปยัง Yading หรือ Riwa เอาเอง อีกประมาณ 80 โล แต่บอกเลย ว่าค่อนข้างลำบาก รถพัดลมแต่ไม่เปิดพัดลม ถนนไม่ลาดยาง คดเคี๊ยวตลอด แถม จอดแวะ แค่ 1 ครั้ง ตอนเที่ยง เพื่อทานข้าว นอกนั้น ปวดหนัก ปวดเบา ก็ข้างทางเลย ครับ

กลุ่มพวกผมเลย ตัดสินใจ เหมารถ ไปเลย โดยเป็น SUV แบบนั่งได้ 5 คน รวมคนขับ ในราคา วัน 750 หยวน ราคานี้ รวม น้ำมัน ค่าผ่านทาง และ ที่พัก ของคนขับแล้ว ซึ่ง เราโชคดี ที่ทาง โรงแรมแนะนำ คนขับกลุ่มนี้มาให้ เพราะ นิสัยดี และ คนที่เป็นหัวหน้า พูดภาษาอังกฤษได้ดี สื่อสารกันรู้เรื่อง

ระหว่างทาง คนขับพาเรา ไปทางเส้นทางใหม่ ซึ่งคนละทางกับ ที่รถบัสวิ่ง ตอนผมมาปีที่แล้ว ซึ่งสองข้างทางก็มีแต่วิวสวยๆ ทั้งนั้น ที่ไหน สวย เราเรียกจอด คนขับก็ไม่บ่น จอดให้ตลอด แถมบางทียังแนะนำ ด้วยว่า ตรงนี้ สวยนะ จอดมั้ย

ขับไปซักครึ่งวัน เราก็เริ่มเข้าสู่ดินแดน ที่ราบสูงทิเบตแล้ว สังเกตจาก บ้านเรือน เริ่มเป็นแนวทิเบต มากขึ้น รวมทั้งผู้คน ที่เราได้พบเจอระหว่างทางด้วย

เมื่อเข้าใกล้ เขตเมือง Riwa (รื้อหว่า) ตามภูเขาสูง เริ่มเห็นใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง บ้างแล้ว  และที่สำคัญ ฝนก็ไม่ตกแล้วด้วย เรายิ่งจอดบ่อยขึ้น เรื่อยๆ ระหว่างทางเราก็แวะ ทานอาหาร และ ซื้อผลไม้ ที่วางขายข้างทาง โดยคนขับรถเป็นธุระจัดการให้เรา

พอเข้าเขต เมือง Riwa ใกล้ๆ ย่าติง ภูเขาเริ่มมีหิมะปกคลุม ต้นไม้บนเขาไม่มี มีแต่ทุ่งหญ้า สีน้ำตาล ให้เห็นเท่านั้น เริ่มมี ฝูง Yak หรือ จามรี ออกมาเดินเพ่นพ่าน ให้เราได้ถ่ายภาพกัน

เราถึง เมือง Riwa ก็ค่ำแล้ว เราเช็คอิน ที่ Hostel ที่เราได้จองไว้ แล้วออกไปหา อาหารมื้อเย็นทานกัน หลังจากนั้นก็กลับมานอนเอาแรง เพื่อเตรียมตัวตื่นเช้า ไปยัง อุทยานย่าติง

บอกเลย ว่า hostel จีน เดี๋ยวนี้พัฒนา ไปไกลแล้ว ลักษณะ ที่นี่ เหมือน โรงแรม แคปซูล ที่ ญี่ปุ่นเลย ต่างกันแค่ ความสะอาด ยังไม่เนี๊ยบ เท่านั้นเอง แต่ภาพลักษณ์ แบบ จีน โบราณ นั้นแทบไม่มีแล้ว ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ถือ ว่าโอเค ในระดับนึงเลยครับ

Day4 Riwa – Yading(village)-Zuma lake (daochen Kongsri Hotel)

วันที่ 4  เราตื่นกันตั้งแต่ 6:00 น. เพื่อไปต่อคิวซื้อตั๋วเข้าอุทยาน ซื้อบัตรเข้าอุทยาน 270 หยวน (เป็นค่าเข้า 150, ค่าบัสอุทยาน 120)บัตรใช้เข้าย่าติงได้ 3 วัน ค่ารถบัสจ่ายวันต่อไปวันละ 60 หยวน แต่ถ้าพักด้านในอุทยาน( Yading village) ไม่ต้องจ่ายค่าบัสเพิ่ม เราใช้เวลานั่งรถ เพื่อมายังหมู่บ้านย่าติง ซึ่งเราจองที่พักในนี้ไว้ พวกเราจึงต้องการเอา สัมภาระ ต่างๆ ไปเก็บเข้าที่พักก่อน . ดังนั้นเราจึงลงรถบัสที่จุดจอดที่ 3 ซึ่งอยู่หน้าโรงแรมเราพอดี คือโรงแรม Daochen Kongsri Hostel เป็นโรงแรม ที่วิวสวยมาก มองเห็นวิวภูเขาหิมะ หน้า โรงแรมเลย

หลังจากเก็บของเสร็จ ก็โบกรถบัสไปยังหน้าที่ทำการอุทยาน เพื่อ เดินเทรล ทะเลสาบไข่มุก วัดชงกู่ และทุ่งหญ้าชงกู่ ระยะทางประมาณ 4-5 โล เป็นการ วอร์มร่างกายกันก่อน . ตรงนี้มองเห็นไปถึงยอดพีคสูงสุด 1ใน3 ยอดของย่าติง  คือ Xian Nai Ri . และถัดไปทางซ้ายไกลๆ ก็ปรากฎยอด Xia Nuo Duo Ji อีกยอด

เดินไปไม่ไกล ก็เจอวัด ชงกู่ แล้วครับ เป็นวัดแบบทิเบต ที่เมื่อก่อน นักเดินทางมาย่าติง แล้วกลับออกไปไม่ทัน ใช้อาศัยเป็นที่นอนในนี้ได้ แต่ปัจจุบัน เหมือนจะทำไม่ได้แล้วนะครับ

เดินขึ้น บันไดเหล็ก มาสัก 45 นาที ก็ถึง จุดแรก เป็นบึงน้ำเล็กๆ ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ สวยงามมาก น้ำใส สะท้อนท้องฟ้าเป็นสีฟ้า และมี ภูเขา Xian Nai Ri ให้เห็นแบบเด่นชัด

แนะนำว่า ที่นี่ ควรมา ช่วงเช้า เพราะ จะถ่ายภาพได้แบบ ไม่ย้อนแสงอาทิตย์ และ ได้ ภูเขาสะท้อนน้ำ สวยๆ และอากาศเย็นๆ

จากจุดชมวิว จุดแรก เราเดินต่อมาอีกนิดก็จะถึง จุดหมายของเรา ทะเลสาบ ไข่มุก ที่กว้างใหญ่ และ สีเขียวมรกต ตัดกับภูเขาหิมะสีขาว และ ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม

ตรงจุดนี้ จะมีทางเดินให้เดินรอบทะเลสาบ ระยะทาง ประมาณ 1.5 km เดินสบายๆ ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะวนกลับไปที่จุดเดิมเอง ชมนกชมไม้ ชมภูเขาหิมะไปเรื่อยๆ ถ้ามาช่วงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี จะสวยมากๆ ผมไปก่อนแค่ สัปดาห์เดียว เลยยังเขียวอยู่

เสร็จจากเดินเทรลทะเลสาบไข่มุก ก็เดินลงมาข้างล่าง เจอ ทางเดิน รอบๆ ทุ่งหญ้าชงกู่ เป็นทุ่งหญ้า และ ทุ่งดอกไม้ ที่สามารถมองเห็น ยอด Xia Nuo Duo Ji  โดยมีแม่น้ำสายเล็กๆ ไหลผ่านกลางทุ่งหญ้า เพิ่มความสวย ใจละลายเข้าไปอีก

เราใช้เวลา เดินเล่น และ ถ่ายภาพ ที่นี่ จนถึงเวลาอุทยานจะปิด ก็นั่งบัสกลับไปที่ โรงแรม เพื่อเก็บแรงไว้เดินเทรล ยาวๆ ไปทะเลสาบน้ำนม วันรุ่งขึ้น คืนนั้น อากาศเย็นมาก ประมาณ 0-2 องศาเซลเซียส ในตอนกลางคืน ครับ

Day5 Yading – milk lake – Daochen (Daochendao hotel)

วันนี้ เราตื่นแต่เช้า พร้อมอากาศหนาว อุณหภูมิ -1 องศา ตั้งใจ ออกมารอ รถคันแรก ที่จะไปที่ทำการอุทยาน รถที่วิ่ง จะมี สองแบบนะครับ แบบแรก วิ่งจากที่ซื้อตั๋ว แถวๆเมือง Riwa เข้ามาอุทยาน ส่วนใหญ่รถจะเต็มก่อน ถ้าไม่มีคนลงระหว่างทางเราจะขึ้นไปไม่ได้ แบบที่สอง เป้นรถที่ วิ่งในหมู่บ้านย่าติง ซึ่งอันนี้เราจะขึ้นได้ง่ายกว่า เพราะรถจะมีที่ว่าง

ระหว่างรอรถ เราก็ถ่ายแสงแรกที่มากระทบยอดเขาหิมะรอไปก่อนครับ

เรานั่งรถบัส มายังที่ทำการอุทยาน เสร้จแล้ว ซื้อตั๋วรถกอล์ฟ หรือรถแบตเตอรี่ เพื่อย่นระยะทางเข้าไปเทรล ทะเลสาบน้ำนม ลงไปประมาณ 7 km ค่ารถ 80 หยวน ซึ่งผมว่าควรค่าแก่การซื้อนะครับเพราะเก็บแรงไว้เดินเทรลจริงๆดีกว่า เพราะต้องเดินไปกลับ อีก ตั้ง 13 km ซึ่งรถจะมาส่งเราเลยทุ่งหญ้า ลั่วหรง มาหน่อย เป็นจุดที่เริ่มมีสะพานไม้ให้เดิน ผ่านทุ่งหญ้าเข้าไป ในซอกเขา ระยะทางตรงนี้ประมาณ 1.5 km

พวกเราตั้งใจ ที่จะมาให้ถึงเป็นกรุ๊ปแรกๆ ที่จะเริ่มเดินเทรล ทะเลสาบน้ำนม ทะเลสาบ 5สี เพราะ กรุ๊ปเรา มีสาวๆ และ ป้าเกด ที่ อายุ 61 ปี แล้ว ซึ่งเกรงว่า จะให้เวลาเยอะ ในการเดิน เราจึงตกลงกันว่า ถ้าถึงเวลา 14:00 แล้ว ใครถึงแค่ใหนก็ให้เดินกลับ เพราะ รถคันสุดท้าย ออกจาก อุทยานย่าติง 18:00 น. ซึ่งวันนี้พวกเรา ต้องกลับไปนอนที่ Daochen ตามที่เราแพลนไว้

ช่วงนี้ ระหว่างทางจะมี บ้านของชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้น เราเดินผ่าน แวะไปเติมน้ำร้อน หรือ ผิงไฟ กับเขาได้ ครับ เพราะ ช่วงที่ แสงแดด ยังไม่ส่องลงมานั้น อากาศจะเย็นมาก มือแข็ง กันเลยทีเดียว

เรายังเดินบนสะพานไม้ ที่สร้างขึ้น ไม่นานนี่เอง เพราะ ปีที่แล้ว ผมมา ยังไม่มีเลย

เมื่อแสงเริ่มมา ความสวยงาม ก็เริ่มปรากกแก่สายตาเรา ยอดเขา ศักดิ์สิทธิ์ ยอดที่สาม ที่เรา ยังไม่เห็น เมื่อวาน  Yang Mai Yong ก็ออกมาให้เรา ยลโฉมแล้ว 

เราเดินไปสักพัก ก็เริ่มไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ สะพานไม้ สิ้นสุดระยะ เราเริ่ม ปีนเขากันเล็กๆ ช่วงนี้ เราจะเริ่ม เดิน สวนกับ ชาวบ้าน ที่จุงม้า ออกมา เพื่อไปรับนักท่องเที่ยว ที่ ไม่อยากเดิน แต่เราก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ถึงตรงนี้ อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นมาหน่อย แล้ว เริ่มทำอะไรถนัดขึ้น วิวก็เริ่มสวยขึ้นเรื่อยๆ

เดินมาถึงตรงนี้ ผมเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ของ ย่าติง คือ เริ่มมี ห้องน้ำ ให้บริการ ตามจุดพักหลักๆ และ มีคนเริ่มมาขาย สินค้า พวก อ๊อกซิเจน น้ำดื่ม กระทิงแดง ข้าวกล่อง ช๊อกโกแลตบาร์ คือเดี๋ยวนี้ มาเดินเทรลย่าติงแทบไม่ต้องแบกอะไร มาแล้ว ครับ  มีขายตลอดทางเดินเลย

ตรงบึงนี้ จริงๆ น้ำใสมาก มันต้องสะท้อนภูเขาน้ำแข็งสวยงามแน่ๆ ในช่วง ปกติ แต่ ตอนที่ผมไป น้ำในบึงจับตัวเป็นน้ำแข็งแล้ว ทำให้ ภาพสะท้อนเลยไม่สวยเท่าไหร่ ถ้าเดินมาถึงตรงนี้ ก็เรียกว่า มาถึง ครึ่งทางแล้วครับ และ หมดเวลา ของการเดินแบบชิลๆ เพราะ หลังจากนี้ไป จะเริ่มเดินบนความชัน ขึ้นเรื่อยๆ บางจุด จะมีบันไดไว้ให้  บางจุดไม่มี

สำหรับคนที่ ร่างกายไม่แข็งแรง ผมว่า อาการ แพ้ความสูง ตรงนี้ อาจจะเริ่มมีปัญหา แล้วครับ เพราะ จะเริ่มเหนื่อย หมดแรง หายใจไม่ทัน ก็ให้หยุดพักบ่อยๆ หากไม่ไหว จริงๆ ควรเดินกลับ นะครับ

เดินมาสักพัก เราจะเจอ ทางแยก ตรงไป ไปทะเลสาบน้ำนม ระทาง 1.5 km และ เลี้ยวขวา ไปทะเลสาบ 5 สี ระยะทาง 800 m ผมแนะนำว่า ให้ ตรงไป ทะเลสาบน้ำนม ก่อนจะดีกว่าครับ เพราะ ทางไปทะเลสาบ 5 สี ทางนี้ จะชัน ถึงชันมากที่สุด

ถ้าเดินมาถึงน้ำตก ตรงนี้ ก็แสดงว่า เหลืออีก 400 เมตรสุดท้ายแล้ว ครับ กลั้นใจ เดินต่ออีกนิดเดียว บนทางราบ ไม่มีปีน หรือ ทางชันๆ อีกแล้ว ครับ

ทะเลสาบน้ำนม
MILK LAKE

ในภาษาจีน นั้น แปลว่า ทะเลสาบนมวัว ตั้งอยู่ที่ ความสูง 4,480m. ความสวยงาม ไม่ต้องพูดถึง ผมไปถึง เป็นกลุ่มแรกๆ ของวันนั้น เลย ใช้เวลาเดิน ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ผมไปถึง ประมาณ 11 โมง บนนั้น มีคนไม่มาก คาดว่าไม่เกิน 20 คน ในตอนแรก และ เริ่มทยอยมาเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก

ผมใช้เวลา อยู่ทะเลสาบน้ำนม นานมากเกือบสองชั่วโมง เพราะ ตั้งใจ จะรอเพื่อนร่วมทริป ขึ้นมา จะได้ ถ่ายภาพ สวยๆ กัน แต่ไม่เห็นเพื่อนมาสักที ก็เลย ถือโอกาส กินมื้อกลางวัน ที่ผมเตรียมมาเป็น ไข่ต้มและ ไส้กรอก ที่ขายตามมินิมาร์ท รองท้อง

เมื่อไม่เห็น วี่แวว ของเพื่อนร่วมทริป ผมจึง ตัดสินใจ เดินกลับไปเพื่อ จะขึ้นไปทะเลสาบ 5 สี จากทางทะเลสาบน้ำนม ซึ่งชันน้อยกว่า ระยะทางมากกว่า เล็กน้อย เมื่อหันกลับมาก็จะเห็นทะเลสาบน้ำนมอีกครั้ง

ปรากฏ เมื่อขึ้นมาถึงทะเลสาบ 5 สี ก็เจอกลุ่มเพื่อนๆ กำลังนั่งทานมื้อเที่ยงกันอยู่ สอบถามได้ความว่า ขึ้นมาผิดทาง เลือกมาทาง ทะเลสาบ 5 สีก่อน เพราะ ดูว่ามันไกล้กว่า แต่เหนื่อยกว่ามากๆ

 

ทะเลสาบ 5สี
5 COLOR LAKE

ความสูง 4,530m.

คือ ทะเลสาบ ที่ ไม่ได้สวยมากมายอะไร หากเทียบ กับทะเลสาบน้ำนม สีก็ไม่ เขียว หรือ ฟ้า น้ำใสๆ เงินๆ ธรรมดา แต่ สิ่งที่สวยงาม คือ ระหว่างทาง ที่จะมาให้ถึง ทะเลสาบ 5 สี นั้น สวยงามหมดจด

เมื่อถึงเวลา อันสมควร เราก็เริ่มเดินกลับ ระหว่างทางเดินกลับ ก้จะมีวิวบางส่วนที่เรา ไม่เห็น ในช่วงเช้า ที่ แสงอาทิตยื ยังไม่ส่องลงมา ให้เราเห็น บริเวณทุ่งหญ้า Luorong และ ขากลับ เดินลง ใช้เวลา ประมาณ ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นเอง

เรากลับลงมาถึง ก็เกือบค่ำกันแล้ว กว่าจะครบทุกคน จากนั้นเราก้ขึ้นรถบัสไปเอาของ ที่ โรงแรม แล้ว นั่งรถบัสออกไป เจอกับ คนขับรถของเราเพื่อจะเดินทางไปยัง เมือง Daochen นอนที่นั่น

Day6 Daochen – Shanggrila (Kevin’s Trexker inn )

ตื่นเช้า เที่ยวแถวเมืองเต้าเฉิน โดยเรามีจุดหมาย คือ ทุ่งหญ้าสีแดง ที่จะมีให้เห้นในช่วงเดือน ตุลาคม เท่านั้น  แล้ว ค่อยเดินทางกลับ แชงกรีล่า อีกครั้ง

เรากลับถึง แชงกรีล่า ก็มืดแล้ว เพราะ ใช้เวลา ในการแวะ ถ่ายภาพ แบบไม่เร่งรีบ เราก็เข้าไปเดินในเมืองเก่าอีกครั้ง เผื่อ มีคน อยากซื้อของฝาก อยาก ช๊อปปิ้ง

Day7 Shanggrila – Lijiang – kumming (นอนบนรถไฟ)

จริงๆ อันนี้นอกแผน ตอนแรก เราตั้งใจ จะกลับ รถบัสจาก แชงกรีล่า ไป คุนหมิง แล้ว นอนคุนหมิง รอเวลาไปขึ้นเครื่อง อีกวัน แต่ เพื่อนๆในทริป อยากไปเที่ยวลี่เจียง ซึ่งตัดสินใจ ก่อนเดินทางแค่ 1 วัน โดยเราตกลงที่จะ เหมารถอีกหนึ่งวัน เพื่อให้ขับไป ลี่เจียงและ พาเราเข้าไปเที่ยว ที่อุทยานภูเขาหิมะมังกรหยก  โดยเราให้เลือก ว่าใครจะไปดูโชว์ ของจางอวี้โหมว ใครจะขึ้นกระเช้าไปบนเขา หรือ ไปบลูมูนวัลเลย์ แต่ ต้องกลับไปยัง สถานีรถไฟ ในเวลา 18:00

 

Day8 Kumming – BKK

เรานั่งรถไฟ จาก ลี่เจียง มายัง คุนหมิง ถึง คุนหมิง ประมาณ ตี4  เราก็รอเวลา ต่อรถไฟฟ้า ไปยังสนามบิน เพื่อรอเวลา กลับเมืองไทย ด้วยสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย KMG – DMKFD583 12:30pm(utc+8) ถึงไทย 13:50pm (utc+7)  เป็นอันจบทริป ย่าติง ในครั้งนี้ อย่างสมบูรณ์

ค่าใช้จ่าย ผมจะลงไว้ให้เป็นไอเดียกรณีเดินทางตามรูท3 ไม่โมดิฟาย คือไม่ได้เหมารถและไม่ได้นอนรถไฟแบบผมนะครับ

ค่าทำวีซ่า(จ้างเค้าทำ ถ้าไปทำเองจ่ายพันห้า) 1,900 บาท

ตั๋วเครื่องบินไปกลับรวมน้ำหนักกระเป๋า 20 โล 6,000-7,200 บาท

ค่าประกันภัยเดินทาง 400 บาท

ค่ารถ คุนหมิง-แชงกรีล่า-เต้าเฉิง-ย่าติง-เต้าเฉิง-แชงกรีล่า-คุนหมิง

208+120+50+240= 378 x 2= 756 หยวน

ค่าที่พักเมืองแชงฯ 150, รื้อหว่า 120, อุทยาน 200, เต้าเฉิง 120, แชงฯ, 150, (ประมาณนะ) รวม

150+120+200+120+150= 740 หยวน

ค่าบัตรเข้าอุทยานย่าติง 150+120 หยวน (ร้อยยี่สิบเป็นค่ารถบัสของอุทยาน)

ค่าบัสเข้าอุทยานวันต่อไป จ่ายคนละ 60 หยวน (เราพักที่พักภายในอุทยานไม่ต้องจ่ายส่วนนี้)

ค่ารถกอล์ฟหรือรถแบตเตอรี่ในอุทยานแบบไปกลับ 80 หยวน

ค่ากินและเบ็ดเตล็ดอีกประมาณ 1000 หยวน

เรทเงินจีนวันที่เราไป 4.75บาท:1หยวน

ทั้งหมดนี้คือคชจ.แบบรูท3 สำหรับพวกเราเป็นรูท3โมดิฟาย ก็จะแตกต่างกันไปเล็กน้อย เช่นเราไม่ได้นอนในเต้าเฉิง เราไปนอน Riwa ได้ที่พักแบบแคปซูลคืนละร้อยเดียว ส่วนรถ เราเหมารถตั้งแต่ Shangrila – Riwa, Riwa – Shangrila, Shangrila-Lijiang แล้วจับรถไฟตู้นอน 217 หยวนกลับคุนหมิง

นอกนั้นก็เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ค่าเที่ยวสถานที่อื่นๆ แล้วแต่ใครจะใส่ลงไปในโปรแกรมเพิ่มเติม รวมแล้วยังไงก็ไม่เกิน 25,000 บาท ถ้าไม่ช้อปปิ้ง

สรุป ส่งท้าย ทริป ย่าติง

ย่าติง ปัจจุบัน พัฒนามากแล้ว มีบันไดให้เดินง่ายขึ้น มีห้องน้ำระหว่างทาง มีของขายระหว่างทาง ทั้ง อ๊อกซิเจน ข้าวกล่อง น้ำ กระทิงแดง เดินตัวป่าวขึ้นไปแล้วใช้เงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

แต่ย่าติง ก็ยังคงความสวย งาม ตามธรรมชาติ ที่ควรเป็น ดังนั้น ใครอยากไปย่าติง ผมคิดว่า ต้องรีบไปก่อนที่ จะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ครับ

ขอบคุณทุกคน เจอกันทริปหน้าครับ

#ChinaLikeNeverBefore
#ไปคุนหมิงไปกับแอร์เอเชีย
#แชงกรีล่าย่าติง
#ตามหาเส้นขอบฟ้าที่หายไป
#TruemoveH #TravelSim
#แบกเป้เท่ทั่วโลก

 

 

 

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

Tummeng Travel