Travel ต่างประเทศ ล่าสุด

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Rating Chart

0 average based on 0 ratings

  • Excellent
    0
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

พาแฟนเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก !!! ไปไหนดี

หลังจากทนเสียงบ่นของแฟน ให้พาไปเที่ยวญี่ปุ่น มาหลายปี… ในที่สุดปีนี้ก็มีโอกาสได้ไปซะที …
หลังจากที่ผมไป ญี่ปุ่น มา 4 ครั้ง ครั้งที่ 5 ก็เลยตัดสินใจพาแฟนมาซะที โดยรูทนี้ เป็นรูทเที่ยว ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็เที่ยวได้ นะครับ

นาริตะ – คาวากูจิโกะ – โตเกียว – นากาโน่ – ลิงแช่ออนเซน – โตเกียว – นาริตะ

โดยมีแผนเที่ยวดังนี้
———————————————
Day1 นาริตะ – คาวากูจิโกะ – อุโมงค์เมเปิ้ล – Fuji highlands resort
Day2 Fuji hight Q – ทะเลสาบคาวากูจิโกะ – โตเกียว
Day3 วัดอาซากุซะ และ รอบๆ
Day4 Yoyogi park – ศาลเจ้าเมจิ – ช็อปปิ้ง
Day5 นากาโน่ – วันเซนโคจิ – yudanaka Onsen
Day6 ลิงแช่ออนเซน – โตเกียว – ช็อปปิ้ง
Day7 โตเกียว – นาริตะ

———————————————-

สิ่งที่ ต้องเตรียม ก่อนไป

ตั๋วเครื่องบิน – รอบนี้ เราบินด้วย NokScoot ที่บินตรงลง นาริตะ บินดึกถึงเช้า เที่ยวต่อได้เลย ส่วนขากลับ ก็กลับ สายๆ ถึงบ้านเราเย็นๆ ค่ำๆ พักผ่อน แล้วตื่นมาทำงานต่อได้เลย ใครอยาก นั่งสบาย ก็จอง Nokscoot Biz ไปเลย เช็คอินก่อน ขึ้นเครื่องก่อน ที่นั่งกว้าง มีปลั๊กไฟ ทางไปจอง ==> https://goo.gl/M4qyBv

JR Pass – แน่นอนเที่ยวญี่ปุ่น ค่าเดินทางแพงมาก ดังนั้น นักท่องเที่ยวแบบเราต้องเลือกซื้อ พาส ให้เหมาะสมกับทริปของเรา ครั้งนี้ ผมเลือกที่จะ ซื้อ พาส JR East Pass Nagano – Niingata area ก็ครอบคลุมทริปนี้ของผม 80-90% แล้วครับ การซื้อ JR พาสนี่ ต้องซื้อก่อนเข้า ญี่ปุ่นนะครับ หรือ ซื้อที่บ้านเราเลย ผมซื้อ ผ่านจาก KKDay ครับ ราคาก็ตกอยู่ประมาณ 4800 บาท โดยนำไปจอง ไปรับได้ที่สนามบินนาริตะ เมื่อเราไปถึง สนใจจองตรงนี้ ==>JR East Pass Nagano – Niingata area

เช่าชุด Kimono ใหนๆ คุณแฟนบอก อยากทำตัวเป็นสาว ญี่ปุ่น เลย ตัดสินใจ เช่าชุดกิโมโน แบบ ญี่ปุ่นแท้ๆ ผ่าน เว็บไซต์ KKDay เช่นเดิมครับ มีให้เลือกมากมาย แต่ ผมเลือกร้านที่อยู่ใกล้ วัด อาซาคุสะ ตามแผนที่วางไว้ มีหลายแบบหลายราคาก็ลองเลือกเอาเองครับ สนใจ จองได้ ที่นี่ Kimono 

จองที่พัก – โจทย์ ของการจองที่พักของทริปนี้คือ ขอที่พัก ที่มองเห็นฟูจิ และ ที่พักแบบเรียวกังแท้ๆแบบญี่ปุ่น ส่วนในโตเกียว เรานอน Hostel ดังนั้น ที่พักครั้งนี้ เราจึงได้ดังนี้
คาวากูจิโกะ – Fuji Hightlands Resort and spa อยู่ติดกับสวนสนุก Fuji Q Highland Resort Hotel & Spa and Hotel Mt. Fuji
นากาโน่ – Yudanaka Seifu-so Onsen เรียวกังแบบดั้งเดิม ในหมู่บ้านออนเซนชื่อดังของญี่ปุ่น Yudanaka Seifuso 湯田中温泉 清風荘
ในโตเกียวเรานอน hostel Emble และ เกสต์เฮ้าส์ ที่เป็นบ้านคนญี่ปุ่นชื่อ Hikari Guesthouse Tokyo hikari guesthouse 東京ひかりゲストハウス

ซิม โทรศัพท์ – รอบนี้เรา ลองของใหม่ ใช้ Travel Sim Japan 4Gb 8day ในราคา 399 บาท

ชุด เสื้อ ผ้า เอาชุดกันหนาวไปชุดเดียว และไปซื้อ ที่ ญี่ปุ่นอีกคนละชุด

จากนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจ ตามมาในรีวิวนี้เลยครับ

จากนาริตะ เรานำใบจอง Jr pass ที่ซื้อมาจาก KKDay ไปรับ พาสจริง ที่สนามบินโตเกียว แล้วเปิดใช้ โดยนั่ง NEX เข้ามาสถานี Shinjugu เพื่อต่อรถไฟไปยัง สถานี Otsuki จากนั้น จ่ายเงินขึ้นรถไฟสาย Local หรือ หากโชคดีแบบเรา ก็จะได้นั่งสาย Limited Express Fuji view แบบเรา เพื่อนั่งต่อไปอีก 4 สถานี ถึง สถานีคาวากูจิโกะ โดยจ่ายแค่ คนละ พันกว่าเยน ซึ่งราคาพอๆกับ นั่งรถบัส จาก ชินจูกุ ไปคาวากูจิโกะ

ที่คาวากูจิโกะ ก็ซื้อ ตั๋ว 2 Day pass สำหรับนั่งรถบัส สีเขียว สีแดง เที่ยวรอบทะเลสาบคาวากูจิโกะ จุดที่สามารถชม พระอาทิตย์ตก สวยๆ พร้อมเห็นวิว ฟูจิ คือ ป้าย ที่ 16-20 แล้วแต่จะชอบมุมใหน

ส่วนใครมาตรงกับ คาวากุจิโกะไลท์อัพ ก็ลงป้าย 18 แล้วเดินอีกนิดก็จะถึง อุโมงค์ต้นเมเปิ้ล ที่มีการจัดแสดงไฟแสงสี สวยงามในช่วงใบไม้แดง

บรรยากาศ ใบไม้แดง รอบๆ ทะเลสาบ คาวากูจิโกะ จุดพีค สวยๆ ก็ตรง อุโมงค์เมเปิ้ล นั่นละครับ

จุดที่เยอะที่สุด จะอยู่ที่ จุดจอดรถเมลล์ no.17,18,19,20

โรงแรม Fuji Hightlands resort & spa เป็นโรงแรมที่อยู่ในสวนสนุก Fuji Q สามารถเข้าไปในสวนสนุก ได้ก่อนเวลาเปิดสวนสนุกครึ่งชั่วโมง และ ที่สำคัญห้องนอน สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ แบบระยะ ใกล้ชิดมาก เรียกว่าตื่นมา เปิดม่านก็เจอเต็มๆ สองตา ถ้ายังไม่จุใจ ก็สามารถไปนั่งชม แบบ อลังการ ที่ห้องอาหาร ด้วยวิว พาโนรามา กันเลย

พักที่นี่ มีรถ ชัตเตอร์บัส รับส่ง ไปสถานี คาวากูจิโกะ ทุก 20 นาที ด้วยนะครับ

Fuji Q Highland สวนสนุดสุดมันส์ สุดหวาดเสียว ที่ มีรถไฟเหาะให้เลือกเล่นมากมาย สำหรับคนที่นอน ในโรงแรม สามารถ เข้า สวนสนุก ก่อน คนอื่น ครึ่ง ชั่วโมง สามารถ ไปต่อคิว เล่นเครื่องเล่นได้ ก่อน

มีทั้งรถไฟเหาะแบบ สูงๆ และ แบบความเร็วสูง ทั้งตีลังกา มากมาย

แต่ มีแบบ เด็กเล็ก เล่นได้ด้วยนะครับ แต่ ผู้ปกครอง ต้องนั่งเล่นไปด้วย

ขากลับ เข้าโตเกียว ผมเลือกที่จะนั่งบัส เข้าไปที่ชินจูกุ เพราะ ไม่อยากเปิดใช้ JR pass อีกวัน เพราะ เข้าโตเกียวไปก็มืดแล้ว ไม่ได้เดินทางไปไหน ต่อ ใครจะนั่งบัสกลับ สามารถ จองตั๋วรถบัส โตเกียว – คาวากูจิโกะ – โตเกียวได้ ที่ เว็บของ Traveloka ตามลิ้งค์นี้นะครับ  บัสคาวากุจิโกะไปโตเกียว .

เช้าวันต่อมา จริงๆ ผมตั้งใจจะไปเที่ยว ฮาโกเน่ แต่เนื่องจาก อากาศไม่ดี เลย เลือกที่จะ ไปเดินเล่น แถวย่าน อาซาคุสะ ดีกว่า

รูปถ่ายตรงบริเวณหน้าวัด ตรงนี้คนจะเยอะหน่อย ต้องเลือกจังหวะดี ๆ

การเช่าชุด kimono ในเว็บ KKDay มีดีล เช่าชุดกิโมโน หลากหลาย เราสามารถเลือกแบบได้ มีตั้งแต่ชุด ยูกาตะ ธรรมดา ราคา1400 บาท ต่อวัน จนถึงชุด ราคาแพง เป็นหมื่น รวมทั้ง ทำผม แต่งหน้า ด้วย การไปรับชุดก็ไม่ยาก แค่นำใบจองไปยื่น ทางร้าน เปลี่ยนชุด แล้ว ออกไปเดินถ่ายภาพ สนุกๆ จนถึง 16:00 ก็นำชุดมาคืน

เช่าเสร็จแล้ว ก้ออกมาเดิน เฉิดฉาย ที่วัด อาซาคุสะ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

เมื่อวานทั้งวัน หมดไปกับ การ เดินถ่ายภาพกับชุด กิโมโน  ดังนั้น วันนี้ จึงเปลี่ยนมาเดินเล่นเก็บ บรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสี ที่ Yoyogi park

Yoyogi park สวนสาธารณะ ที่อยู่ไกล้ สถานนี ฮาราจูกุ เดินไปแค่ 400เมตร ที่นี่ จะมี ต้นแป๊ะก้วย เยอะมาก เป็นอีกจุดนึง ที่คนนิยม พากันไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสีเหลืองของต้นแปะก๊วย และ สีแดงของต้นเมเปิ้ล

ที่นี่เป็นสวนสาธารณะ ขนาดใหญ่ ที่มีผู้คนมาเดินเล่น พักผ่อน มาออกกำลังกาย ให้เห็นทั่วบริเวณ

ไกล้ๆกัน จะมีศาลเจ้าเมจิ ที่อยู่ในสวนสาธารณะอีกทีนึง สามารถแวะเข้าไปเที่ยวได้ ครับ

แวะเติมพลัง ด้วยราเม็งเจ้าดัง Ichiran ramen สาขา ฮาราจุกุ สาขานี้คนจะเยอะหน่อย ต้องต่อคิวนานเลย

การเดินทางจาก โตเกียวไป นากาโน่ เราใช้ JR pass อีกครั้ง นั่งยาวๆไป สองชั่วโมงนิดๆ ด้วยรถไฟชินคันเซน มีทั้งแบบ แวะ หลายสถานี และ แบบแวะแค่ สี่สถานี ลองเลือกเวลาเอาได้ครับ

เมื่อมาถึงแล้ว ให้นั่งรถเมล์ หรือ ถ้าอยากเดินชมเมือง ก็สามารถเดินไปยัง วัน เซนโคจิ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ อันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ระยะทาง จาก สถานี ประมาณ 1.4 km

จากนั้น ก็นั่งรถไฟ Local สาย nagano Dentetsu-Nagano line ใช้เวลา 45 นาที ก็จะมาถึง ที่พักของเรา ในหมู่บ้านออนเซน ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ ของญี่ปุ่น โดยครั้งนี้ เราพักที่ Yudanaka Seifuso 湯田中温泉 清風荘 เป็นเรียวกัง แบบโบราณโอ้โห เป็นเรียวที่ มีทั้งบ่อ กลางแจ้ง และ บ่อในร่ม แถมมีหลายบ่อ ให้ลงแช่ ไม่ต้องแย่งกัน มีอาหาร แบบ ญี่ปุ่นแท้ๆ บริการ ด้วย

 ที่เรียวกังแห่งนี้ มีบ่อแช่ออนเซน แบบกลางแจ้ง ซึ่งจะสลับเวลา แช่ แบ่งชาย – หญิง คนละเวลา ครั้งละ 2-3 ชั่วโมง

และบ่อ ในร่ม ก็จะแยกห้อง ชาย – หญิง เช่นกัน

อาหาร แบบเรียวกัง ญี่ปุ่นแท้ๆ มาอย่างละนิดละหน่อย แต่อร่อยมาก

ไฮไลท์ คือเนื้อ ฮิดะ เนื้อวัว สายพันธ์ดี ที่อร่อยละลายในปาก

บรรยากาศยามค่ำคืน ที่หมู่บ้านออนเซนแห่งนี้ และ เรียวกังชื่อดัง ตาม การ์ตูนชื่อดัง ก็อยู่ที่นี่

แถมยังมี Rooftop ของโรงแรม ที่เปิดเป็น sky bar ที่มีโดมใส นั่งชมดาว และ อากาศหนาว ของที่นี่

ตอนเช้า เรา เดินทางไปยัง Snow monkey Onsen โดยจะมีรถบัสวิ่งทุก 30 นาที จากสถานีรถไฟ ไปส่งยังทางขึ้น จากนั้นเดินเข้าไปอีกประมาณ 1.6 km ทางไม่ชันมาก สองข้างทางเป็นป่าสน

 ควรไปตอนเช้าๆเลยจะดีมาก เพราะจะเจอลิงลงแช่ออนเซน แต่ถ้าใครมา อากาศร้อนไม่หนาวมาก อาจจะไม่เจอลิงลงแช่ มีแต่เดินเล่นรอบๆ นะครับ ถ้าหิมะตก ตรงนี้อาจจะเดินยากหน่อย ต้องเท่ารองเท้าเดินหิมะ ที่ทางเข้า เดินเข้ามา

สุดท้ายเรา กลับมานอนที่โตเกียวอยากแนะนำ สำหรับ คนงบน้อย คือ Hikari Guesthouse เป็นการนอนบ้านคนญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เขาแบ่งห้อง มาทำเป็นห้องพัก แบบ Hostel มีห้องแค่ 3 ห้อง รับรองคนได้แค่ 8 คน เท่านั้นเอง ไปพักที่นี่ เราจะได้ เจอ ทั้ง ลูก เมีย เขา ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน และ มานั่งเล่น ในพื้นที่ส่วนรวม ร่วมกัน แถม ยังห่างจาก สถานีรถไฟ Kuramae แค่ 200 เมตร เท่านั้นเอง เดินไปวัด อาซาคุสะ ก็ได้ แค่ 10 นาที หรือ นั่งรถไฟ สองสถานี

เราช๊อปปิ้ง แล้วก็ กลับในอีกวันต่อมา เป็นอันจบทริป ของเราในครั้งนี้

You Recently Viewed ...

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

Tummeng Travel