Travel Uncategorized ต่างประเทศ

Nothing to Fear India นะจ๊ะนาย

Rating Chart

5 average based on 1 ratings

  • Excellent
    1
  • Very Good
    0
  • Average
    0
  • Poor
    0
  • Terrible
    0

อินเดีย หนึ่งประเทศ ที่ทุกคน กลัวที่จะไปเยือนสักครั้ง แต่ความจริงแล้ว อินเดีย นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม นับไม่ถ้วนเลยนะครับ และ การเดินทางไปอินเดีย เดี๋ยวนี้ก็ง่ายดาย เพราะ มีสายการบินของไทย และ ของอินเดียเอง บินหลายสาย หลายเมือง แต่สำหรับ คนที่คิดจะลองไปเที่ยวอินเดีย ผมแนะนำ เริ่มที่ รูทนี้ก่อนครับ

นิวเดลี (New Delhi) – อักรา (Agra) – ชัยปุระ (Jaipur) ตามรูทนี้จะมีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้ครับ

15 สิ่งที่ควรทำ เมื่อไปเยือนอินเดีย

ไปร่วมสนุกสนาน ในเทศกาล Holi Festival หรือ เทศกาลสาดสี ทำไมจะต้องไปนะเหรอ ก็เพราะ มันเทศกาล ที่คล้าย ๆ สงกรานต์บ้านเรานั่นแหละ แต่เปลี่ยนจาก สาดน้ำใสๆ แบบบ้านเราเป็น สาด ผงสี หรือ บางทีก็โดนน้ำสี สาดมาแทน ห่างจากเมือง นิวเดลี แค่ระยะทางไม่ไกล และเป็นทางผ่านไปยัง เมืองอักรา ทัชมาฮาล ที่เมือง มธุรา ซึ่งว่ากันว่าเป็นอีกหนึ่งเมือง ที่ยังมีการเล่นสาดสีกันอย่างคึกคัก

แวะชม  1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก อย่าง Taj Mahal จากคำกล่าวที่ว่า คงไม่มีอนุสรณ์แห่งความรักใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่า ทัชมาฮาล คงไม่มี คงเป็นคำเชิญชวนอย่างดีที่เราควรไปใช่มั้ยละ

ทัชมาฮาล เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ เปิดตั้งแต่ 5:30 -18:00 น. ควรไปแต่เช้า นะ เพราะ ผู้คนจะเยอะมากก ใครอยากได้ มุมถ่ายภาพสวยๆ ไม่ติกคน ให้ไปต่อคิวตั้งแต่ ตี 5 เลยนะครับ

ไปชมพระอาทิตย์ตกด้านหลังฝั่งตรงข้ามกับ ทัชมาฮาล อันนี้ คือ ถ้ายังไม่จุใจ กับทัชมาฮาล หรือ อยากหลีกหนีผู้คนมากมาย ให้ไป ยังด้านหลังตรงข้ามแม่น้ำ ซึ่งจะมองเห็นด้านหลังของทัชมาฮาล ถ้าใครยังไม่จุใจ และไปช่วงน้ำเยอะสามารถล่องเรือ ชมความงามของทัชมาฮาลได้อีก

  1. 4.เยี่ยมชม Agra Fort   “อักราฟอร์ด” ป้อมปราการสุดวิจิตตระการตา แห่งชมพูทวีป

อักราฟอร์ด (Agra Fort) เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอัคบาร์สร้ฮงขึ้นในปี ค.ศ. 1565 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอัคระ และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าชาร์เจฮาน กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล ซึ่งแต่เดิมเคยใช้เป็นป้อมทหารแต่เปลี่ยนมาเป็นพระราชวังในภายภาคหลัง

ปราการแห่งนี้เป็นลักษณะคล้ายกำแพงหินสีแดง ตั้งเด่นตระหง่านสูงกว่า 20 เมตร และมีความยาวกว่า 2.5 กิโลเมตร โดยที่ภายในมีการตกแต่งห้องอย่างสวยงามด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังโดยรอบ

  1. ไปเป็นมหาราณี มหาราชา ที่ City Palace – Jaipur, เมืองสีชมพู แห่งชมพูทวีป
     Jaipur หรือ ชัยปุระ เป็นเมืองของอินเดียในยุคกลางที่มีการวางผังเมือง โดยมี ‘City Palace’ อยู่ตรงกลางของบล๊อคจำนวนทั้งหมด 9 บล๊อคของเมืองCity Palace ประกอบไปด้วยจตุรัส สวน ลานพิธี รวมถึงอาคารอีกมากมาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และยังเป็นที่อยู่ของราชวงศ์ที่สืบชื้อสายมาจากมหาราชาของชัยปุระ



City Palace จะถูกกั้นด้วยกำแพงและประตูเข้าสู่ส่วนที่เรียกว่า Pritam Chowk หรือ ‘Court of the Beloved’ ซึ่งมีประตู 4 ฤดูกาล ที่เป็น ไฮไลท์ ให้นักท่องเที่ยวมา แชะภาพกัน

Lotus Gate ประตูที่ถูกตกแต่งเป็นรูปกลีบดอกบัวนี้ เป็นตัวแทนแห่งฤดูร้อนสร้างขึ้นมาเพื่อสักการะพระศิวะ

Rose Gate

ประตูกุหลาบเป็นตัวแทนของฤดูหนาว สร้างขึ้นเพื่อสักการะพระมหาเทวี

Wave Gate ประตูสีเขียวนี้ เป็นตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ผลิ สร้างขึ้นเพื่อสักการะพระพิฆเนศ
Peacock Gate ประตูที่เหมือนยอดฮิตที่สุด ผู้คนต่อแถวกันมากหลาย คือประตูนกยูง ซึ่งเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ร่วง และสร้างเพื่อสักการะพระวิษณุ

Sukh Niwas (สุขนิวาส) – จันทรามาฮาล

จันทรามาฮาล คือปราสาทความสูง 7 ชั้น โดย 2 ชั้นล่างจะเป็น สุขนิวาส

 ทั้งหมดเป็นส่วนปิดที่ต้องเสียเงินเพิ่มในการเข้าไปเที่ยวชม ราคาแรงเอาเรื่องอยู่นะครับ Sukh Niwas (สุขนิวาส) – จันทรามาฮาล

Rang Mandir แปลว่า Temple of Color เป็นห้องที่เพดานประดับกระจกเอาไว้อย่างสวยงาม เป็นห้องที่มหาราชามักจะเข้ามาสวดมนต์ หรือไม่ก็ทำสมาธิ เวลาปิดประตูให้ห้องมืด เมื่อกระจกเล็กบนเพดานต้องแสงเทียนจะเกิดแสงสะท้อนเล็กๆ ระยิบระยับขึ้นมาเหมือนกับดวงดาวนับร้อยในยามค่ำคืน ผมชอบห้องนี้นะมันสวยแบบลึกลับดี
Shobha Niwas – จันทรามาฮาล ที่มีความหมายว่า ‘โถงแห่งความงาม’ นี้ เป็นห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยสีทอง ตัดกับสีแดง ผนังบางส่วนเป็นกระจกบานใหญ่

 ไปถ่ายรูปชิลล์ที่ Hawa Mahal ( Jaipur )

ไฮไลต์ของชัยปุระ ตึก 5 ชั้นประกอบไปด้วยหน้าต่างถึง 953 บาน นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ นางสนมข้างในได้เฝ้ามองความเป็นไปของบรรยากาศบนท้องถนนโดยไม่มีใครเห็น เพราะตามธรรมเนียมในสมัยนั้นนางสนมเหล่านี้ไม่ควรจะปรากฎตัวในที่สาธารณะ

7. จิบกาแฟ และช๊อปปิ้ง ที่ Wind View Cafe ( Jaipur)

จิบกาแฟ และช๊อปปิ้ง ที่ Wind View Cafe ( Jaipur) Wind View Cafe เป็น1ใน 2 คาเฟ่ ฝั่งตรงข้ามกับ Hawa Mahal (ข้างๆ กันชื่อ Tattoo Cafe) เหมาะสำหรับการมานั่งจิบกาแฟ หรือ เครื่องดื่มเย็นๆ รอแสงสวยๆ ที่จะเพิ่มความงดงามให้กับ Hawa Mahal ถ้ามาช่วงเช้า แสงอาทิตย์จะสาดส่องเข้าด้านหน้า Hawa Mahal ส่วนตอนค่ำก็จะเป็นจุดถ่ายแสงสวยๆ ของอาทิตย์ตกลับหลัง Hawa Mahal เช่นกัน ส่วนสายช๊อปปิ้ง ด้านล่างบริเวณถนนแถวนี้ ร้านขายของทั้งนั้นจ้า เสื้อ ผ้า รองเท้า เลือกเลยตามสบายใจ ต่อราคาให้สนุกสนาน

เยี่ยมชมความอลังการ ที่ Amber Fort  (Amber )

Amber Fort ตั้งอยู่ใน Amber เมืองเล็กๆ ชื่อเดียวกับป้อม ตั้งอยู่ห่างจาก Jaipur ไปประมาณ 10 กิโล Amber เคยเป็นเมืองหลวงของดินแดนแถบนี้จนกระทั่งมีการย้ายไปที่ Jaipur ภายหลัง ป้อมปราการที่ของอินเดีย มักจะสร้างอยู่บนภูเขาทำให้ดูใหญ่โตน่าเกรงขามมากๆ เพราะมันจะดูสูงทะมึน แข็งแรง ยากจะตีให้แตก แลดูก็จะคล้ายๆกำแพงเมืองจีนเหมือนกันนะ แล้วส่วนใหญ่จะมีปราสาทรวมเข้าไปอยู่ด้านในด้วยเลย กษัตริย์ผู้ครองนครพร้อมนางสนมกำนัล และครอบครัวก็จะอยู่กันในป้อมปราการ ในปี 2013 ป้อมปราการเหล่านี้ รวมทั้ง Amber Fort เองก็ได้รับการขึ้นเป็น UNESCO World Heritage site ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 5,000 คนต่อวัน
จากประตูทางเข้าจนถึงตัวป้อมปราด้านบน มี 3 วิธีในการเดินทางขึ้นไป นั่นคือ เดินขึ้นบันได นั่งรถจิ๊ปไฟฟ้า และก็นั่งช้างขึ้น(มีเฉพาะช่วงก่อนเที่ยง)
ไปอีกนิดในส่วนของ Forth Courtyard อันเป็นที่อยู่ของปราสาทแห่ง Man Singh I ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของป้อมปราการนี้ อีกฝากลอง Courtyard จะเป็นที่อยู่ของ Zenana เหล่ามเหสีและนางสนมกำนัลของท่านมหาราชาจะมาอยู่กันในนี้ มันถูกออกแบบห้องแต่ละห้องหันหน้าออกสู่พื้นที่เดียวกัน ทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่ามหาราชาไปเยี่ยมนางสนมคนไหนตอนกลางคืน

9. เฝ้ารออาทิตย์อัสดง ที่ Nahargarh Fort (Jaipur) 

มุมนี้ ต้องมุดรูที่กำแพงไปถ่าย ซึ่งจะเข้าได้ทีละคน ใครชื่นชอบการถ่ายภาพแล้วอยากเก็บมุมนี้ ต้องรีบไปจองคิวก่อนพระอาทิตย์ตกล่วงหน้าสักหน่อยนะครับ หรือสามารถปีนกำแพงป้อมไปถ่ายได้ ถ้าไม่โดนยามมาไล่ซะ ป้อมปราการยังอยู่ในสภาพดีมาก อันที่จริงป้อมนี้ตั้งแต่ก่อสร้างมาในปี 1734 ก็ไม่เคยถูกข้าศึกโจมตีสักครั้งเดียว

10.  ถ่ายภาพเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ ที่  (Step Well) Panna Meena ka kund (Jaipur)

ไม่ไกลจาก Amer Fort จะมีบ่อน้ำที่สร้างขึ้นตั้งแต่ ศต. ที่ 16 ขั้นบันไดที่ซิกแซกลงไปทำให้เกิด Pattern ที่สมมาตรกันนั้นไม่ได้ตั้งใจออกแบบมาเพื่อความสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นความต้องการให้คนจำนวนมากสามารถเดินลงไปที่ก้นบ่อเพื่อตักน้ำฝนเอาไปใช้
ปัจจุบันไม่มีใครมาใช้น้ำจากที่นี่อีกแล้ว และก็ไม่อนุญาต ให้ลงไปเดินเล่นหรือถ่ายรูปด้านล่าง ซึ่งถ้าอยากลงไปต้องทำการขออนุญาต เป้นการพิเศษ เท่านั้น ถ่ายภาพเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ ที่ (Step Well) Panna Meena ka kund (Jaipur)

11.แวะถ่ายภาพระหว่างทางกับ Jal Mahal -Water Palace (Jaipur)

ระหว่างทาง Jaipur ไป Amber เราจะพบกับทะเลสาป Man Sagar มีปราสาทตั้งโดดเด่นอยู่กลางน้ำในทะเลสาบ
ถึงแม้ชื่อจะแปลว่าปราสาท แต่จุดประสงค์ดั้งเดิมของมันก็เป็นแค่บ้านพักชั่วคราวของมหาราชาสำหรับล่าสัตว์เท่านั้นเอง(สร้างซะใหญ่โตเลย)
เดิมที Jal Mahal เป็นอาคารสูงถึง 5 ชั้น! ที่เราเห็นๆนั่นคือ ชั้นบนสุด ส่วนอีก 4 ชั้นที่เหลือจมอยู่ในน้ำสาเหตุที่จมเพราะในศตวรรษที่ 16นั้นได้ เกิดภัยแล้งทำให้ชาวเมืองต้องทำเขื่อนขึ้นมากักน้ำไว้ใช้ ทำให้เกิดทะเลสาป Man Sagar มาท่วมอาคารไปนั่นเอง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าชมด้านใน Jal Mahal ได้ และหน้าตาของ 4 ชั้นที่เหลือเป็นอย่างไรต้องรอน้ำแห้งค่อยไปพิสูจน์

12. ชมความงามของ Patrika Gate (Jaipur)

13. ลองอาหารอินเดียดูบ้าง เพราะ เอาเข้าจริงๆ อาหารอินเดียแท้ๆ ตามร้านอาหารอินเดียก็อร่อยไม่ใช่เล่นนะครับ

14. นั่งรถตุ๊ก หรือ ริกซอว์ เที่ยว

พร้อมกับการต่อรองราคา ที่ห้ำหั่นกันแบบเฉือดเฉือน อยู่ที่ว่าใครจะยอมใคร เอาจริงๆ ริกซอว์ดีๆ ก็มีนะครับ บางที มันก็นั่งรอเราจนเราเที่ยวเสร็จ ไปส่งเรากลับที่พัก ไม่ว่านานแค่ใหนมันก็รอ ส่วนใครโชคร้ายก็ ถือว่า ซวยไป

15. นั่ง NokScoot มาอินเดียเถอะ

บินไปอินเดีย ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง ถือว่าไกลใช้ได้ ดังนั้นควรเลือกสายการบินที่นั่งสบายๆ หน่อย แบบ Nokscoot นี่แหละ
เบาะนั่งกว้าง ช่องว่างระหว่างทีนั่งก็กว้างขวาง นั่งสบายวางขา ยืดขาสบาย ทั้งแบบ ScootBiz หรือชั้นธุรกิจ จำนวน 24 ที่นั่ง จัดที่นั่งแบบ 2-4-2 จำนวน 3 แถวด้านหน้าของเครื่องบิน และมีชั้น Economy อีก 391 ที่นั่ง จัดที่นั่งแบบ 3-4-3 ทำให้เครื่องบินของนกสกู๊ตมีความจุรวมสูงถึง 415 ที่นั่งต่อเที่ยวบินเลยล่ะครับ

อาหารก็มีทั้งแบบ อาหารไทย อาหารนานาชาติ และ อาหารอินเดีย สามารถจองล่วงหน้าก่อนบินได้ 24 ชั่วโมง
บินนกสกู๊ตสบายกว่า กันเยอะ แถมเวลาก็ดี บินออกจาก ดอนเมือง ดึกๆ มาถึง นิวเดลี เช้ามืด หากใครนัดรถมารับ เพื่อจะเที่ยวต่อก็สามารถทำได้เลย ส่วนขากลับ ก็บินออกจาก นิวเดลี ดึกๆ ถึง ดอนเมือง สายๆ มีเวลาเที่ยว และ ช๊อปปิ้งวันสุดท้าย ทั้งวันสบายๆ
สำคัญ แอร์เป็นคนไทย พูดกันรู้เรื่อง หมดปัญหา ในการไปรบกับแขกเล่นเก้าอี้ดนตรีบนเครื่อง ครับผม

ใครสนใจบินกับ Nokscoot จองได้เลยที่ www.nokscoot.com

สำหรับ การเที่ยวอินเดียแบบง่ายๆ รูทสั้น ไม่โหด แนะนำ ไปรูทนี้ ตามรอยผมได้เลยครับ และ ใครสนใจ เช่าเหมารถเที่ยว แบบผม ก็สามารถติดต่อ เช่ารถ เจ้าเดียวที่ผมใช้ได้เลย บริการดีมากเจ้าของชื่อ Tarachan Sharma คนขับชื่อ Bharat ขับรถใจเย็นมากกก สามารถแอด FB ไปที่เจ้าของเขาได้เลยครับ บอกเส้นทางที่จะไป เขาจะคิดราคามาให้เสร็จสรรพ
สำหรับการติดต่อสื่อสารในอินเดียนั้น การซื้อซิมที่นั่นค่อนข้างวุ่นวาย แนะนำ ให้ซื้อซิมโรมมิ่งไปจากไทยเลยครับ รอบนี้ผมซื้อ SimTravel Asia มาครับ ใช้ดีไม่ติดขัดอะไร

ฝากติดตาม เพจ ได้ที่ https://www.facebook.com/TummengTravel/

You Recently Viewed ...

Japan with (My)Love “เที่ยวญี่ปุ่นแบบญี่ปุ่น”

Yading The Lost Horizon , การเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “ย่าติง”

น่าน .. นาน..นาน..ได้ไหม….Whispered from Nan

20 จุด ปักหมุด ที่เที่ยวลำปาง

สกล ละเบ๋อ…. ขับรถเที่ยวสกล ไปกับ chevrolet trailblazer Z71

Tummeng Travel